‘จอมพงศ์’ วอน’หมอธี’ ปฏิรูประบบเงินอุดหนุนหลัง’อาชีวะเอกชน’เจอวิกฤตขาดสภาพคล่องอย่างหนัก

23.02.17 | 14:25 น.

นายจอมพงศ์ มงคลวานิช นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า จากการประชุมในโอกาสที่มีการควบรวมอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เพื่อความเป็นเอกภาพครบรอบ 1 ปีเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ โดยอาชีวศึกษารัฐและเอกชนมีการประสานงานได้ดีขึ้นในระดับพื้นที่ ตลอดจนแนวทางการดำเนินงานมีความสอดคล้องกันมากขึ้น และปัญหาการทะเลาะวิวาทลดลงอย่างมาก แต่ยังไม่ส่งผลถึงคุณภาพการเรียนการสอนและการแก้ไขปัญหาวิทยาลัยขนาดเล็ก ซึ่งปัจจุบันมี 56 วิทยาลัยเอกชนที่ขาดสภาพคล่องและอยู่ในภาวะวิกฤต

นายจอมพงศ์ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การศึกษาไทยมีปัญหา คือ ระบบเงินอุดหนุนรายบุคคล ซึ่งเกิดขึ้นมาประมาณ 15 ปี สถานศึกษารัฐที่เป็นที่นิยมในอดีตหลายแห่งเพิ่มจำนวนผู้เรียนเป็นเท่าตัวจนเกินศักยภาพ ทำให้ต้องเพิ่มครูอัตราจ้าง สร้างความเหลื่อมล้ำให้กับสถานศึกษาขนาดเล็ก สถานศึกษาเอกชนก็เข้าสู่ภาวะวิกฤต เนื่องจากสถานศึกษารัฐรับไม่อั้น ขณะที่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐมากกว่าเอกชนกว่า 3 เท่า อาทิ การอุดหนุนสถานศึกษาอาชีวรัฐ ได้รับ 67,500 บาท ขณะที่เอกชนได้รับเงินอุดหนุนรายหัว 16,700 บาทต่อปี จึงเป็นการยากที่สถานศึกษาเอกชนที่สายป่านสั้นจะอยู่ได้ คือ เจอทั้งการขยายตัวของสถานศึกษารัฐและยังถูกบีบด้วยอัตราเงินอุดหนุนที่จำกัด ไม่สามารถสะท้อนต้นทุนจริงและยังได้รับเงินอุดหนุนเป็นรายเดือนแทนที่จะเป็นรายภาคเรียน ทำให้ต้องหาแหล่งเงินทุนเพื่อลงทุนเป็นภาคแต่รับเงินอุดหนุนเป็นรายเดือน นอกจากนี้สถานศึกษาประเภทอาชีวศึกษาทั้งรัฐและเอกชน ยิ่งได้รับผลกระทบเพราะโรงเรียนสามัญต้องการเก็บนักเรียนไว้เพื่อเงินอุดหนุน นอกเหนือจากนั้น มีบางสถานศึกษาดำเนินการเพื่อหาผู้เรียนและได้รับเงินอุดหนุนจากภาครัฐโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพ

“รัฐธรรมนูญใหม่และแผนการศึกษาชาติฉบับใหม่ เป็นโอกาสสำคัญที่จะปฏิรูประบบเงินอุดหนุนและการเงินเพื่อการศึกษาให้สถานศึกษารัฐกลับมามุ่งที่คุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำ ขณะเดียวกันก็สนับสนุนการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของสถานศึกษาเอกชนให้แบ่งเบาภาระของภาครัฐ เป็นการยากที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จ จึงฝากความหวังไว้ที่ นพ. ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะปฏิรูประบบเงินอุดหนุนและการเงินเพื่อการศึกษาในรัฐบาลนี้ มิเช่นนั้นจะปฏิรูปการศึกษาหรือปฏิรูปโครงสร้างอีกกี่ครั้งก็จะเจอปัญหาดังกล่าว ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ฉุดรั้งการศึกษาของประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดการศึกษาทุกระดับ” นายจอมพงศ์กล่าว