มั่นใจเก้าอี้รมต. ‘ศธ.-อว.’ ไม่ถูกปรับ ห่วงนายกฯใหม่เน้นการเมือง-เศรษฐกิจ แก้ดร็อปเอาต์ไม่คืบ
นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของประเทศไทยนั้น ในส่วนของการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)นั้นส่วนตัวมองว่าทั้ง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) และ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่มาจากพรรคภูมิใจไทยจะไม่มีการย้ายไปบริหารกระทรวงอื่น เนื่องจากพรรคภูมิใจไทยมีลักษณะการบริหารกระทรวงที่มั่นคง ยกตัวอย่างการบริหารในศธ. ซึ่งพล.ต.อ.เพิ่มพูน มีการขับเคลื่อนนโยบายลดภาระครู ยกเลิกการเข้าเวร และลดหนี้สินครู จนสามารถซื้อใจครูได้ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ศธ.สามารถแก้ปัญหาได้ครอบคลุม ยังมีเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ที่จะต้องออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว
“อยากให้ใช้โอกาสที่ประเทศไทย ได้นายกรัฐมนตรีหญิงและยังเป็นคนรุ่นใหม่รวมถึงมีภูมิหลังการศึกษาในเรื่องของสังคมและมนุษยวิทยา ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่จะช่วยกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเพื่ออนาคต วัฒนธรรมและสถาบันครอบครัวให้ดีขึ้นได้ โดยความกังวลของผมคือ หากนายกรัฐมนตรีคนใหม่บริหารแค่เรื่องการเมืองและเศรษฐกิจอย่างเดียว โดยไม่เข้ามามีส่วนร่วมกับในการกำหนดนโยบายการศึกษาก็จะทำให้สิ่งที่เป็นโอกาสสำคัญของประเทศสูญหายไป ขณะนี้ประเทศพบปัญหาเด็กเกิดน้อย ออกกลางคันสูง ไม่สามารถผลิตคนที่มีคุณภาพออกมาได้ อนาคตจะเกิดวิกฤตมากกว่านี้ ฉะนั้นหากจะแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ และการเมืองให้มีประสิทธิภาพที่ดีได้ ก็จะต้องเริ่มการส่งเสริมการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเปล่าในการบริหารประเทศ”นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า อยากรัฐบาล ให้สานต่อภารกิจการนำเด็กหลุดระบบกลับเข้ามาเรียน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน สามารถทำได้ดี โดยเฉพาะเรื่องการแก้ปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาที่ทำให้สังคมไทยไม่มั่นคงและสั่นคลอน จนส่งผลกระทบกับสถาบันครอบครัว เยาวชน และการศึกษา ดังนั้นอยากให้รัฐบาลชุดปัจจุบันสานต่อภารกิจในเรื่องนี้พร้อมทั้งยกระดับความเข้มข้นให้มากยิ่งขึ้น
ด้านนายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่ากระทรวงด้านการศึกษา ทั้งศธ.และ อว.จะไม่มีการเปลี่ยนรัฐมนตรีอย่างแน่นอน เนื่องจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน สามารถบริหารศธ.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการลดดอกเบี้ย การหาแหล่งเงินทุนมาให้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูนำไปใช้รีไฟแนนซ์ หากยังสามารถดำเนินการนโยบายนี้ต่อได้จะส่งผลให้ครูมีความสุขจากการลดหนี้และมีคุณภาพการสอนที่ดีขึ้น รวมถึงยังมีนโยบายอื่นๆที่ช่วยลดภาระการทำงานของครูได้อีกด้วย
นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า แต่หากมีการปรับครม.เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการศธ. จริง สิ่งที่อยากจะให้รัฐบาลช่วยสานต่อ คือการแก้หนี้และการลดภาระของครูที่ปัจจุบันทำได้ดีมากๆ รวมไปถึงการปรับหลักสูตรเพื่อ แก้ปัญหาเด็กออกกลางคันเนื่องจากเรียนไม่เก่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่น.ส.แพทองทาน ในฐานะนายกฯจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อน รวมถึงจะต้องเน้นการแก้ปัญหายาเสพติดให้หนักด้วย

