เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นางณัฐฐา วินิจนัยภาค ผู้อำนวยการศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่อง “คดีวัดพระธรรมกาย จะจบอย่างไร” สำรวจระหว่างวันที่ 22-23 กุมภาพันธ์ กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวม 1,250 ตัวอย่าง เกี่ยวกับการใช้มาตรา 44 ปิดล้อมวัดพระธรรมกาย เพื่อนำตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดี ซึ่งได้ดำเนินการมากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ผลสำรวจดังนี้ เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับคดีวัดพระธรรมกายว่าจะจบอย่างไรเมื่อใช้ มาตรา 44 มาระยะหนึ่งแล้ว พบว่า ส่วนใหญ่ 48.40% ระบุว่า พระธัมมชโยหลบหนีเพื่อรอให้คดีหมดอายุความ รองลงมา 34.80% พระธัมมชโยมอบตัวสู้คดี 6.00% พระธัมมชโยถูกมหาเถรสมาคม (มส.) จับตัวได้ 0.88% ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่มามอบตัว และคดีจะยืดเยื้อเช่นเดียวกับเณรคำ, ดีเอสไอน่าจะจับพระธัมมชโยได้ และร้อยละ 9.92 ไม่แน่ใจ
สำหรับความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งที่พระธัมมชโยควรทำมากที่สุดในขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่ 81.76% ระบุว่า ควรออกมามอบตัว รองลงมา 11.20% ควรหลบหนีต่อไป 4.56% ควรสึกจากการเป็นพระ 0.16% ไม่ต้องทำอะไร ควรอยู่เฉยๆ และ 2.32% ไม่แน่ใจ
ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสถานที่ที่คาดว่าพระธัมมชโยอยู่ ณ ขณะนี้ พบว่า ส่วนใหญ่ 40.32% ระบุว่า พระธัมมชโยน่าจะหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว รองลงมา 26.48% ไม่อยู่ในวัดพระธรรมกาย แต่ยังอยู่ในประเทศไทย 21.20% น่าจะยังอยู่ในวัดพระธรรมกาย 0.48% อื่นๆ ได้แก่ หนีไปแล้วแต่ไม่ทราบว่าอยู่ที่ใด หรืออาจจะหนีไปอยู่กับครอบครัว และ 11.52% ไม่แน่ใจ
เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิ่งที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และมหาเถรสมาคม (มส.) ควรทำมากที่สุดเกี่ยวกับคดีวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย พบว่า ส่วนใหญ่ 20.16% ควรปฏิรูปพุทธศาสนาอย่างจริงจัง รองลงมา 19.36% ควรเรียกพระธัมมชโยมามอบตัว หากไม่มาให้ประกาศว่าพ้นจากสมณเพศ 17.44% ไม่ต้องทำอะไรให้เป็นหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตํารวจ ทหาร หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง และควรประกาศว่าพระธัมมชโยพ้นจากสมณเพศโดยทันทีในสัดส่วนที่เท่ากัน 17.04% ควรเรียกพระธัมมชโยมามอบตัว 1.84% ควรปกป้องพระธัมมชโย 2.08% อื่นๆ ได้แก่ ควรมีบทบาทและเข้าไปดูแลให้มากกว่านี้ ด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานตำรวจ ดีเอสไอ และทหาร ทั้งการเจรจา ตกลง หรือการใช้มาตรการพระวินัยของสงฆ์ และกฎหมายอย่างจริงจัง และ 4.64% ไม่แน่ใจ

