เพิ่มพูน แนะสร้างเครือข่ายขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาชาติ ร่วมพัฒนาให้เด็กฉลาดรู้-ฉลาดคิด-ฉลาดทำ
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่โรงแรมเอส ดี อเวนิว กรุงเทพฯ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดประชุมสัมมนาวิชาการ “การขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ เพื่อสร้างคนไทย 4.0” โดยมีพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานมอบนโยบายการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ ดร.สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. ,ดร.อรรถพล สังขวาสีเลขาธิการสภาการศึกษา ,ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เข้าร่วมกว่า 250 คนผ่านทางออนไซต์ และมีผู้เข้าร่วมทางออนไลน์จำนวนมาก
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า นโยบายของศธ.นั้น มีแนวคิดในการจัดการศึกษาแบ่งเป็น 2 ข้อหลัก คือ การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต โดยแบ่งเป็น 2 เรื่องหลัก คือนโยบายที่เน้นหนักในการทำงาน และนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการ เมื่อกล่าวถึงนโยบายที่ต้องเร่งดำเนินการและดำเนินการไปแล้ว มีความสอดคล้องกับการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่การปฏิบัติ ดังนี้ 1.การเป็นผู้เรียนรู้ มีทักษะการเรียนรู้ มีสมรรถนะ จะสอดคล้องกับการดำเนินนโยบาย 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ, การขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา PISA เป็นต้น 2.การส่งเสริมความเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม เป็นผู้มีทักษะทางปัญญา ทักษะศตวรรษ ที่21 สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาระบบการศึกษา “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา“ และ 3.พลเมืองที่เข้มแข็ง เป็นผู้มีความรักชาติ รักท้องถิ่น รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก มีจิตอาสา มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ โดยที่ผ่านมา ศธ.ได้ลงนาม MOU การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศไทย สร้างจิตสำนึกความเป็นไทย ระหว่าง 4 กระทรวง ได้แก่ ศธ. กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม
“ทั้งนี้ ผมอยากมีเครือข่ายมาร่วมพัฒนาการศึกษา เพื่อร่วมกันพัฒนาให้เด็กฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ คือ รู้ในสิ่งที่ควรจะรู้ เมื่อรู้แล้วรู้จักคิดให้ได้ และหลังจากรู้และคิดได้ ควรทำในสิ่งที่ถูกต้อง สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้ การศึกษาของเราจะดีขึ้น ซึ่ง สกศ. จะต้องเป็นหลักในการดำเนินงาน เพื่อให้การศึกษาเรามีมาตรฐานเดียวกัน“ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าว

ดร.อรรถพล กล่าวตอนหนึ่งในการสัมนา Exclusive Talk เรื่อง “ชี้ทิศ คิดร่วมกัน สร้างสรรค์คนไทย 4.0 : DOE Thailand” ว่า การประชุมวันนี้จะเป็นแนวทางพัฒนามาตรฐานการศึกษาของชาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป ดังนั้นมาตรฐานการศึกษาต้องปรับพัฒนาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก การดิสรัปชั่น เทคโนโลยี เพื่อพัฒนาการศึกษาสอดคล้องกับคนเจเนอเรชั่นใหม่ หรือเจนอัลฟ่า ที่เกิดมากับความพร้อมของเทคโนโลยี วันนี้จะเป็นการสรุปความคิดเห็นการทำงานในเชิงพื้นที่ ที่ขับเคลื่อนการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ การเรียนแบบActive Learningเพื่อให้ผู้เรียนมีนวัตกรรมการศึกษา การพัฒนาภาษา การให้ผู้เรียนเป็นผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยจะมาสรุปว่าผลการดำเนินการด้วยรูปแบบหลักสูตร วิธีการเรียนการสอน และการสอบที่ผ่านมานั้น ตอบโจทย์กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันหรือไม่ และมาวางแผนการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในโลกปัจจุบัน โดยจะนำเสนอแนวทางการดำเนินการมาตรฐานการศึกษาของชาติ ฉบับใหม่ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
“ซึ่งการดำเนินการนี้ เป็นการตอบโจทย์นโยบายรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เรื่อง เรียนดีมีความสุข และเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime อย่างแท้จริง เพราะการจัดนวัตกรรมการศึกษา เป็นการส่งเสริมผู้เรียนให้ได้เรียนอย่างมีความสุข เอื้อให้ผู้เรียนเข้าถึงการศึกษาได้อย่างรวดเร็ว เช่น การใช้เอไอ การพัฒนาธนาคารหน่วยกิต เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเติมเต็ม และเสริมให้ผู้เรียนมีความสุข ได้เรียนในสิ่งที่ชอบ ทำงานในสิ่งที่ใช่“ นายอรรถพล กล่าว

ดร. สิริพงศ์ กล่าวตอนหนึ่งในการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “กระทรวงศึกษาธิการกับการพัฒนากำลังคนตามมาตรฐานการศึกษาของชาติสู่คนไทย 4.0” ว่า สกศ.ถือเป็นหน่วยงานที่เป็นมันสมองของ ศธ. มีความสำคัญในการกำหนดทิศทางการศึกษาของไทย ว่าควรจะไปทิศทางไหน และต้องพยายามสังเคราะห์ทฤษฎีต่างๆ ออกมาเป็นภาคปฏิบัติให้ได้ โดยอย่าทำแต่วิจัยและนำขึ้นหิ้งแบบหน่วยงานอื่น วันนี้ต้องคิดว่าทำอย่างไรงานวิจัย ไม่ใช่แค่วิชาการ แต่นำสู่การปฏิบัติได้จริงๆ
“และที่สำคัญ ศธ.ต้องไม่ลืมหน้าที่ของตน ว่า มีหน้าที่อะไร อย่าลืมว่า ศธ.มีหน้านี้มีหน้าที่สร้างคน ผลิตพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ วันนี้นโยบายรัฐบาลมีจำนวนมาก เราอย่าไปหลงทาง หน้าที่เราคือสร้างคนให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ทาง 1 ปีที่ผ่านมา ศธ. มีความก้าวหน้าในการพัฒนาการศึกษาอย่างมาก วันนี้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ให้นโยบายขับเคลื่อนเรื่องธนาคารหน่วยกิต เชื่อว่าถ้าทำได้เป็นรูปธรรม ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าในเรื่องการจัดการเรียนการสอนอย่างมาก นี่คือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราเป็นผู้นำอาเซียนแท้จริง“ ดร. สิริพงศ์ กล่าว

ด้าน ดร.รังสรรค์ มณีเล็ก ประธานคณะบรรณาธิการกิจรายงานผลการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติ กล่าวว่า การขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติ มีการประกาศใช้มาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีสกศ.และ 15-16 หน่วยงานที่จัดการศึกษา ร่วมกันขับเคลื่อน ส่วนการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาของชาติไปสู่การปฏิบัตินั้น ที่ผ่านมาได้ทำหลายอย่างด้วยกัน เช่น การสร้างการรับรู้ จัดทำหลักสูตร การพัฒนาครู การประกันคุณภาพภายในและภายนอกให้สอดคล้องกัน การจัดระบบนิเวศการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
“ในแต่ละปี สกศ.จะรวบรวมผลงานการดำเนินงานต่างๆของแต่ละหน่วยงาน จัดทำเอกสารเพื่อรายงานการขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษาชาติสู่การปฏิบัติ ซึ่งการดำเนินงานจัดทำรายงานนั้น จะนำนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่เน้นเรื่องการลดภาระ การมุ่งมั่น ตั้งใจ การรวมพลัง การสร้างเครือข่ายมาไปดำเนินงานต่อไป“ดร.รังสรรค์ กล่าว


