หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ประธานพิพิธภัณฑ์วังวรดิศและหอสมุดสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ และคุณอัมพร ดิศกุล ณ อยุธยา ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยการปกครอง และปลัดอำเภอซึ่งเข้ารับการศึกษาอบรมตามโครงการศึกษาอบรมหลักสูตรปลัดอำเภอ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รุ่นที่ 268 ซึ่งมาทัศนศึกษาและเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์วังวรดิศ พร้อมทั้งปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พิพิธภัณฑ์วังวรดิศ : สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้านการเมืองการปกครองของไทย และพระประวัติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ องค์ปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย” ที่ พิพิธภัณฑ์วังวรดิศ ถนนหลานหลวง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา
หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวในความตอนหนึ่งว่า “ในการปฏิบัติหน้าที่สนองงานพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระปิยมหาราช ในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีบทบาทสำคัญยิ่งในการก่อตั้งและปฏิรูปการจัดระเบียบการปกครองภายในประเทศ และการบริหารราชการของกระทรวงมหาดไทย อาทิ (1.) ทรงจัดการบังคับบัญชางานภายในกระทรวง ให้มีรูปแบบเป็นระบบราชการชัดเจนขึ้น มีลำดับขั้นการบังคับบัญชา การแบ่งงานและเลือกสรรผู้มีความรู้ความสามารถเข้ารับราชการโดยการจัดสอบคัดเลือก ตลอดจนออกระเบียบวินัยต่าง ๆ เป็นต้น (2.) ทรงจัดระบบการปกครองส่วนภูมิภาค ซึ่งเรียกว่า “ระบบเทศาภิบาล” ได้เป็นผลสำเร็จ และนับว่าเป็นผลงานสำคัญของพระองค์ โดยทรงรวมหัวเมืองต่าง ๆ จัดเข้าเป็น “มณฑล” และมี “ข้าหลวงเทศาภิบาล” บังคับบัญชาขึ้นกับเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย และมีการแบ่งเขตการปกครองเป็น จังหวัด อำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน (3.) ทรงริเริ่มจัดตั้ง “การสุขาภิบาลหัวเมือง” ในปี พ.ศ. 2448 โดยจัดตั้ง “การสุขาภิบาลหัวเมืองที่ตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุทรสาคร” เป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานการปกครองส่วนท้องถิ่น ในราชอาณาจักรไทย
นอกจากคุณูปการข้างต้นแล้ว พระองค์ยังถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อแผ่นดินและพระมหากษัตริย์เป็นที่ประจักษ์อย่างยิ่ง ดั่งพระดำรัสคำสอนของพระองค์ อันได้แก่ “จิตวิญญาณของผู้เป็นข้าราชการของแผ่นดิน คือ ความจงรักภักดีเหนือสิ่งอื่นใดที่จะให้ผู้ใดมาลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้”, “สิ่งที่นำพาความเจริญรุ่งเรืองสู่ชาติบ้านเมือง คือ ความสำนึกของผู้เป็นข้าราชการที่ดี ฉันนั้นกับความมั่นคงของสยามแผ่นดิน ความร่มเย็นเป็นสุขแก่ปวงประชาราษฎร์ นั่นคือ ความรับผิดชอบของข้าราชการ”, “การกระทำใด ๆ เพื่อชาติบ้านเมืองแล้ว ความถูกต้องในทุกเรื่องต้องมาก่อนความเป็นที่นิยมชมชอบ” ในฐานะปลัดอำเภอและข้าราชการฝ่ายปกครอง ถือเป็นบุคลากรที่จัดได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของระบบการทำงานในพื้นที่ ทั้งภาระหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย ส่วนราชการอื่น ๆ ตลอดจนหน้าที่ความรับผิดชอบในงานเชิงพื้นที่อันครอบคลุมการดำรงชีวิตของราษฎร อีกหลากหลายประการ ทุกคนจึงควรตระหนักรู้อยู่เสมอในหน้าที่ความรับผิดชอบดังกล่าวนั้น และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ มีความเพียร เสียสละ อดทน ซื่อสัตย์สุจริต และมีความเที่ยงธรรม ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลหรือ “หลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี” อันประกอบด้วย หลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลักการมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ และหลักความคุ้มค่า เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง เกิดความถูกต้องเรียบร้อย และสามารถ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่ประชาชนได้อย่างครบถ้วน เพื่อนำพาสังคมและประเทศชาติไปสู่การพัฒนาที่มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน และมีความสง่างามสืบไป







