นิทานสุภาษิตจีน (329) 成语故事(329)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 哀鸿遍野/哀鴻遍野 āi hónɡ biàn yě (อาย หง เปี้ยน เหย่) โดย คำว่า哀 āi (อาย) แปลว่าความเศร้าโศกเสียใจ鸿/鴻 hóng (หง) แปลว่า นกหงส์ 遍/biàn (เปี้ยน) แปลว่า ทั่วทุกหัวระแหง 野/yě (เหย่) แปลว่า พื้นที่ สถานที่ เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง เสียงโอดครวญอันเศร้าโศกดังระงมทั่วทุกหัวระแหง ใช้อธิบายถึงความเดือดร้อน ความทุกข์ของผู้คน มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ประเทศจีนในยุคซีโจว 西周Xī Zhōu ในช่วงเวลาก่อนที่บ้านเมืองจะแตกแยกจนกลายเป็นยุคสมัยชุนชิวจ้านกั๋ว 春秋战国/春秋戰國 Chūnqiū zhànɡuó นั้น บ้านเมืองก็ยังพอมีเอกภาพอยู่ แต่ความวุ่นวายมักเกิดจากการไร้ความสามารถของผู้ปกครองบ้านเมือง หรือผู้นำหาเรื่องใส่ตัวเอง ดังเช่นนิทานเรื่องนี้ มีเรื่องเล่าว่า ซีโจวในยุคการปกครองของกษัตริย์โจวลี่周厉/周厲 Zhōu Lì กษัตริย์โจวลี่เป็นคนดื้อรั้น และเชื่อมั่นในตัวเองสูง จึงเป็นเหตุผลนำพาภัยร้ายมาสู่แก่ตัวเอง เรื่องมีอยู่ว่า เมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งภายใต้อาณาจักรซีโจวนี้ ชื่อเมืองหรงกั๋ว 荣国/榮國 Rónɡɡuó เจ้าเมืองปกครองชื่อหรงอี๋荣夷/榮夷 Róng Yí เขามีนิสัยใจร้ายโหดเหี้ยม ละโมบโลภมาก ชอบสะสมทรัพย์สินเงินทอง
ดังนั้นเมืองภายใต้การปกครองของเขาจึงมีการขูดรีดภาษีอย่างหนักหนาสาหัส จนชาวเมืองเดือดร้อนไปทั่ว เมื่อข่าวนี้มาถึงเมืองหลวง เหล่าเสนาอำมาตย์ต่างก็เสนอให้ปลดหรงอี๋ แต่กษัตริย์โจวลี่กลับไม่คิดเช่นนั้น เขากลับคิดว่า เจ้าเมืองคนนี้เหมาะสมแล้ว บุคลิกเช่นนี้เข้ากับตนได้ดี จึงแต่งตั้งหรงอี๋ให้เข้ามารับตำแหน่งที่สูงขึ้นในนครหลวง แม้เหล่าขุนนางทั้งหลายจะคัดค้านเช่นไรก็ไม่เป็นผล เมื่อหรงอี๋มาทำงานใกล้ชิดแล้ว บ้านเมืองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตาเลยทีเดียว เพราะหรงอี๋เสนอให้ตรากฎหมาย ประกาศว่าทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศนี้ล้วนเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ของกษัตริย์โจวลี่ ไม่ว่าจะเป็นภูเขา แม่น้ำ หุบเขา ป่าไม้ สัตว์ป่า ทุกหญ้าและทุ่งนา ดังนั้นห้ามไม่ให้ผู้ใดบุกรุกหรือใช้ประโยชน์ใดใดจากสถานที่ดังกล่าว ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกันขึ้นมาทันที เพราะไม่สามารถเข้าป่าหาฟืน ล่าสัตว์ ตัดไม้ และแม้แต่ชาวไร่ชาวนาก็ไม่อาจบุกป่าถางพงทำไร่นาได้อีก
ความเดือดร้อนนี้สร้างความไม่พอใจให้กับเหล่าขุนนางและประชาชนมาก แต่หากมีใครคัดค้าน ก็จะถูกลงโทษอย่างรุนแรง จึงมีขุนนางและชาวบ้านโดนลงโทษถึงขั้นประหารไปมากมาย เมื่อเป็นเช่นนี้จึงมีแต่เสียงร้องไห้โหยหวนเพราะความทุกข์ยากอดอยากของประชาชนดังระงมไปทั่วแผ่นดิน เหตุการณ์ดำเนินไปเข้าปีที่สาม มันถึงขีดสุดของความอดทน
![]()
(ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search/detail?ct= 503316480&z)
อดกลั้นของชาวบ้านแล้ว จึงมีการลุกฮือต่อต้านอำนาจรัฐ เมื่อรัฐปราบปรามไม่ไหว เหล่าฝูงชนจึงยกกำลังโอบล้อมเขตพระราชวังได้สำเร็จ กษัตริย์โจวลี่เห็นจวนตัวจึงหลบหนีออกจากเมืองหลวงและหายสาบสูญไป ราชวงศ์โจวจึงได้แต่งตั้งกษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นปกครอง กษัตริย์องค์ใหม่จึงประกาศยกเลิกกฎหมายที่กดขี่ทั้งหลายเหล่านั้น พร้อมทั้งสั่งเปิดคลังหลวงเพื่อบำบัดทุกข์ให้กับประชาชนที่เดือดร้อนทั้งหลาย เหตุการณ์ความวุ่นวายจึงได้สงบลง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:无家可归的景象,到处都是呻吟呼号的灾民。
成語比喻:無家可歸的景象,到處都是呻吟呼號的災民。
Chénɡyǔ bǐyù: wú jiā kě ɡuī de jǐnɡxiànɡ, dàochù dōu shì shēnyín hūháo de zāimín.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: อู๋ เจีย เข่อ กุย เตอะ จิ่งเซี่ยง, ต้าวชู่ โตว ฉื้อ เฌินอิน ฮูหาว เตอะ จายหมิน
สุภาษิตเปรียบว่า สภาพของคนไร้บ้าน ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยเสียงร้องครวญครางของเหล่าผู้ทุกข์ยาก
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
发生战争的地方,到处都是哀鸿遍野,人民的生活不好过。
發生戰爭的地方,到處都是哀鴻遍野,人民的生活不好過。
Fāshēnɡ zhànzhēnɡ de dìfāng, dàochù dōu shì āihónɡbiànyě,rénmín de shēnɡhuó bù hǎoɡuò.
ฟาเฌิง จ้านเจิง เตอะ ตี้ฟาง, ต้าวชู่ โตว ฉื้อ อายหงเปี้ยนเหย่, เหรินหมิน เตอะ เฌิงหัว ปู้ ห่าวกั้ว
ดินแดนที่เกิดศึกสงคราม ที่นั่นย่อมเต็มไปด้วยเหล่าเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย ประชาชนอยู่อย่างยากลำบาก
