สพฐ. เข้ม ห้ามครูลงโทษน.ร.ไม่เหมาะสม ย้ำต้องคำนึงถึงความปลอดภัย
เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ พล.ต.อ เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ.และว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการกพฐ. มีข้อห่วงใยและได้สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีครูลงโทษนักเรียนไม่เหมาะสมที่จังหวัดสุรินทร์ และอีกกรณีที่จังหวัดปทุมธานี ตนพร้อมด้วยทีมงานศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวนับแต่วันที่เกิดเหตุ โดยสั่งการให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัด ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และรายงานผลให้ สพฐ. ทราบแล้ว
นายธีร์ กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นในจังหวัดสุรินทร์ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 2 ได้มอบหมายกลุ่มกฎหมายและคดี ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงและลงพื้นที่สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม เบื้องต้นได้ความว่า ผู้ที่กระทำเป็นผู้ช่วยฝึกซ้อมเด็กนักเรียนด้านกีฬา ซึ่งเป็นจิตอาสาเข้ามาช่วยฝึกซ้อมกีฬาให้นักเรียน โดยไม่ได้รับค่าตอบแทน และจากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ยืนยันว่าไม่ได้มีความรุนแรงในการลงโทษโดยการตบหูและทุบหลังตามที่ปรากฏออกไป โดยทางโรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองนักเรียนเข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้ปกครองได้รับทราบเรื่องแล้ว และไม่ติดใจเอาความ พร้อมยืนยันให้ครูทำหน้าที่ต่อไป ขณะที่ทางโรงเรียนก็จะเข้าไปดูแลติดตามเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักเรียนด้วย ทั้งนี้ ทางสพท. มีคำสั่งให้ครูคนดังกล่าวมาปฏิบัติราชการที่ สพป.สุรินทร์ เขต 2 ในระหว่างการสืบสวนข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จ และเมื่อมีการสรุปผลการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว จะรายงานให้ สพฐ. ทราบต่อไป
นายธีร์ กล่าวต่อว่า ส่วนเหตุการณ์ในจังหวัดปทุมธานี ซึ่งปรากฏเป็นข่าวว่า ครูลงโทษนักเรียนโดยใช้ไม้พลองตี เนื่องจากนักเรียนเล่นกัน โดยทางผู้ปกครองได้เข้าไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ และนักเรียนได้ตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพบว่ากล้ามเนื้ออักเสบบริเวณไหล่ขวาและหลัง ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) ปทุมธานี เขต 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงประสานงานกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยทางโรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองเข้ามาพูดคุยพร้อมกับครูคนดังกล่าวพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และทั้งสองฝ่ายได้ตกลงและยอมความกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางครูได้ทำการขอโทษนักเรียนและผู้ปกครองและรับปากว่าจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก โดยทางโรงเรียนจะดำเนินการดูแลเยียวยาให้กับนักเรียนและผู้ปกครองช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของนักเรียน ทั้งนี้ ทางโรงเรียนได้ดำเนินการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงด้วยแล้ว และจะสรุปผลรายงานให้เขตพื้นที่ฯ และ สพฐ. ทราบต่อไป
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ สพฐ. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยกำชับเขตพื้นที่ฯ ให้ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงโดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม และเร่งรัดผลการสืบสวนให้เร็วที่สุด พร้อมทั้งกำชับโรงเรียนทุกแห่งว่าหากมีการลงโทษนักเรียนเกิดขึ้น ให้ครูปฏิบัติตามแนวปฏิบัติว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ.2548 และหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ ศธ 04009/2556 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2551 อย่างเคร่งครัด และมอบหมายให้นักจิตวิทยาเขตพื้นที่ฯ ประเมินสภาพจิตใจนักเรียนที่ถูกลงโทษ และให้ขวัญกำลังใจนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียน ทั้งนี้ หากประชาชนหรือผู้ปกครองพบเห็นครูลงโทษนักเรียนไม่เหมาะสม สามารถแจ้งเหตุมายัง สายด่วน ศธ. 1579 ได้ตลอดเวลา หรือแจ้ง ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สพฐ. โทร. 0 2123 8789 เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้การช่วยเหลือต่อไป” นายธีร์ กล่าว

