หนุน‘สพฐ.’รวมกลุ่มบริหารร.ร.เล็ก แนะรูปแบบหลากหลาย-เพิ่มคุณภาพ

11.09.24 | 10:38 น.

หนุน‘สพฐ.’รวมกลุ่มบริหารร.ร.เล็ก แนะรูปแบบหลากหลาย-เพิ่มคุณภาพ

นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยกร่างระเบียบหลักเกณฑ์การบริหารโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการให้โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงได้มาใช้ทรัพยากรร่วมกันโดยจะเริ่มจาก โรงเรียนมีนักเรียนต่ำกว่า 40 คน ที่ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งถือเป็นกลุ่มเดือดร้อนพิเศษ และโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 60 คนก่อน เพื่อแก้ปัญหาการจัดการศึกษา โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนครู นั้น ถือเป็นเรื่อที่ดี โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง แต่ในการยกร่างการร่วมกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก อยากให้มีรูปแบบการดำเนินการที่หลากหลาย เช่น ให้โรงเรียนที่มีศักยภาพในพื้นที่ เข้ามามีส่วนช่วยในการพัฒนาการเรียนการสอน โดยใช้ทรัพยากรด้านวิชาการและสถานที่ร่วมกัน ส่วนงบประมาณ ก็ให้แยกการบริหารจัดการ ส่วนโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล เกาะ แก่ง ภูเขาสูง หรือโรงเรียนสแตนอโลน ไม่สามารถรวมกลุ่มกับใครก็จำเป็นต้องมีวิธีการจัดการศึกษาอีกรูปแบบหนึ่งที่เหมาะสม เช่น จัดการเรียนการสอนทางไกล หรือครูตู้ เข้าไปช่วยสอน เป็นต้น อย่างไรก็ตามในส่วนของการเรียนทางไกลนั้น ก็อยากให้มีครูเข้าไปช่วยสอนหมุนเวียน เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสเรียนกับครูโดยตรงบ้าง

“ที่ผ่านมาโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะโรงเรียนที่ไม่มีผู้บริหารสถานศึกษา จะมีปัญหาเรื่องการจัดการเรียนการสอนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนครู ครูมีภาระงานมากเกินไป เพราะต้องมีทั้งหน้าที่สอน เป็นภารโรง ทำอาหารกลางวันให้นักเรียนรับประทาน ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดังนั้นการรวมกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็ก จึงถือเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และผมเองเห็นด้วยอย่างยิ่ง นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนครู ยังทำให้เด็กได้รับการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพดีขึ้น ที่สำคัญไม่ต้องยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหากับชุมชน ที่ไม่สะดวกในการส่งลูกหลานเดินทางไปเรียนในพื้นที่อื่นที่ห่างไกลออกไป ” นายณรินทร์ กล่าว

นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทราบว่า โรงเรียนขนาดเล็กหลายแห่งมีการทดลอง รวมกลุ่มใช้ทรัพยากรร่วมกับโรงเรียนที่มีศักยภาพในพื้นที่ ซึ่งพบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ การเรียนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดส่วนหนึ่งอาจเพราะ ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะ ด้านวิชาการ ซึ่งเมื่อมีครูเพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้โรงเรียนสามารถดูแลนักเรียนได้ครอบคลุม เกิดการบริหารจัดการที่ดี ขณะที่โรงเรียนที่ขาดผู้บริหารโรงเรียนน ก็ไม่จำเป็นต้องแต่งตั้งเพิ่ม โดยสามารถมอบหมายให้ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนที่มีศักยภาพ ดูแลโรงเรียนขนาดเล็กที่มารวมกลุ่มควบคู่ไปด้วย เชื่อว่า จะสามารถช่วยแก้ปัญหา การจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามปัจจุบัน สพฐ. มีโรงเรียนในสังกัดทั้งหมด 29,152 โรงเรียน แบ่งเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก 15,327 โรงเรียน คิดเป็นร้อยละ 52.58 ของโรงเรียนทั้งหมด ในจำนวนนี้ มีโรงเรียนสแตนอโลน หรือโรงเรียนขนาดเล็กที่ไม่สามารถยุบรวมได้ เพราะเด็กต้องเดินทางมาเรียนกว่า 4,349 โรงเรียน ดังนั้นหากสามารถยกร่างหลักเกณฑ์การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กได้ เชื่อว่าจะช่วยพัฒนาการจัดการศึกษาได้อย่างดี เพราะเด็กในโรงเรียนเหล่านี้จะลดน้อยลงเรื่อย ๆ จากอัตราการเกิดที่ลดลง แต่จะไปเพิ่มในโรงเรียนขนาดใหญ่