สพฐ.ห่วงความปลอดภัยครู-น.ร. กำชับเขตพื้นที่ฯ เข้มมาตรการดูแลความปลอดภัย
นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ห่วงสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยของนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งได้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และพบว่าหลายสถานการณ์ไม่ได้มีการรายงานต้นสังกัดโดยทันที หรือรายงานล่าช้า ทำให้การช่วยเหลือและแก้ไขไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ดังนั้น ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการกพฐ. จึงกำชับให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ทุกแห่ง และผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ(สศศ.)ปฏิบัติตามมาตรการกำกับติดตามและรายงานเหตุความไม่ปลอดภัย ของนักเรียน ครู และบุคลากรอย่างเคร่งครัด กำกับติดตาม และรายงานความคืบหน้าให้ผู้บังคับบัญชาทราบอย่างต่อเนื่อง
“กรณีครูและผู้บริหารกระทำความผิด ให้ผู้บังคับบัญชาลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที หากกระทำผิดจริงให้ลงโทษให้เด็ดขาด และในกรณีที่เกิดเหตุรุนแรง หรือเป็นเหตุการณ์ที่ สพท. และสถานศึกษา ไม่สามารถควบคุมหรือบริหารสถานการณ์ความปลอดภัยได้ สพฐ. จะส่งทีมคุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน ครูและบุคลากรทางการศึกษาของศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย (ศสป.) สพฐ. หรือ ผู้บริหารระดับสูง สพฐ. ลงพื้นที่บริหารสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยนั้นๆ ทันที ทั้งนี้ เลขาธิการ กพฐ. ได้กำชับว่า เมื่อเกิดเหตุความไม่ปลอดภัยขึ้น ขอให้ ผู้อำนวยการสพท. ลงพื้นที่ดูแลสถานการณ์ด้วยตนเอง และผู้บริหารทุกระดับต้องรับผิดชอบร่วมกัน”นายธีร์ กล่าว
รองเลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อว่า หากเกิดเหตุการณ์เร่งด่วนขึ้นในพื้นที่สามารถรายงานข้อมูลเบื้องต้นได้ทันทีที่ ศสป.สพฐ. และหากผู้ปกครองหรือประชาชนทั่วไป พบเห็นเหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยใดๆ ต่อนักเรียน ก็สามารถแจ้งเหตุเข้ามาได้ที่ศูนย์บริหารความสุขและความปลอดภัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ศสป.สพท.) ทุกเขตพื้นที่ฯ ทั่วประเทศ หรือ แจ้งเหตุมาที่ ศสป.สพฐ. โทร. 0-2123-8789 ที่ผ่านมามีกรณีที่ครู และผู้บริหาร กระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีหลักฐานชัดเจน มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงแล้ว สพฐ. จะให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันที

