ม.อ.ร่วมหัวเว่ย เปิด ศูนย์พัฒนาทักษะ ไอซีที PSU ยกระดับ การศึกษา และนวัตกรรมในเอเชียแปซิฟิก

15.09.24 | 17:14 น.

ม.อ.ร่วมหัวเว่ย เปิด ศูนย์พัฒนาทักษะ ไอซีที PSU ยกระดับ การศึกษา และนวัตกรรมในเอเชียแปซิฟิก

เมื่อวันที่ 15 กันยายน ที่อาคารศูนย์ประชุม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตตรัง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ดร.สุธิภรณ์ ตรึกตรอง รักษาการแทนรองอธิการบดีวิทยาเขตตรัง คณะผู้บริหารม.อ. พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ ประเทศจีน นำโดยนายวิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด PSU ICT TALENT DEVELOPMENT and INNOVATION CENTER หรือ ศูนย์พัฒนาทักษะด้านไอซีทีและนวัตรรมแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีนักเรียนนักศึกษา ประชาชนผู้สนใจร่วมพิธีคับคั่ง ซึ่งศูนย์ดังกล่าวก่อตั้งโดยความร่วมมือระหว่าง ม.อ. และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ เพื่อให้บริการฝึกอบรมทักษะด้านเทคโนโลยีขั้นสูงแก่สถาบันการศึกษาในภาคใต้ของไทย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน โดยศูนย์ฯจะมอบหลักสูตรการเรียนรู้ด้าน ICT และแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมให้กับอาจารย์และนักศึกษาของ ม.อ. ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น 5G, Cloud, IoT และ Big Data ซึ่งจะช่วยให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จากโซลูชันจริง ประกอบด้วยห้องเรียนเทคโนโลยีเฉพาะทาง 6 ห้อง รวมถึงห้องเรียนด้าน Datacom , ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ความปลอดภัยเครือข่าย, Cloud & AI, Server และระบบจัดการเครือข่ายรวมศูนย์ เป็นต้น

ผศ.ดร.นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีม.อ. กล่าวว่า ความร่วมมือในการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมแห่งนี้ มุ่งผลลัพธ์ที่จะสร้างกำลังคนในระดับแนวหน้าของโลกด้านไอซีที และเป็นหลักสูตรที่ล้ำสมัยที่สุดที่จะร่วมยกระดับสมรรถนะตลาดแรงงานด้านไอซีทีในเอเชียแปซิฟิก ผ่านหลักสูตรและการรับรองจากศูนย์แห่งนี้ ด้วยพันธกิจในการสร้างความเป็นผู้นำทางวิชาการ นวัตกรรม สร้างทรัพยากรมนุษย์ที่มีสมรรถนะ พัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเตรียมนักศึกษาทั้งในสาขาเทคโนโลยีและสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น การพัฒนาหลักสูตรเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน การใช้เทคโนโลยีในกระบวนการเรียนการสอน และเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Webometrics Ranking of World Universities 2024 ได้ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยผ่านทางเว็บไซต์ www.webometrics.info ผลปรากฏว่า ม.อ.ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 1 ของภาคใต้ ในความสามารถการเป็นมหาวิทยาลัยอิเล็กทรอนิกส์ (E-university) ติดอันดับที่ 6 ของประเทศไทย และอันดับที่ 856 ของโลก ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการสร้างกำลังคนในระดับแนวหน้าของโลกด้านไอซีที สนับสนุนให้นักศึกษาเป็นบุคลากรที่มีทักษะสอดคล้องกับตลาดแรงงาน ผ่านการอบรมหลักสูตร ผ่านการฝึกฝนและใช้สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เพื่อสร้างโอกาสในอาชีพการงาน

ด้านนายวิลเลี่ยม จาง ประธานธุรกิจเอ็นเตอร์ไพรส์ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง ม.อ. และหัวเว่ย เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล ศูนย์นี้เป็นตัวอย่างในการแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสามารถขับเคลื่อนนวัตกรรม ยกระดับการเรียนรู้ และเปลี่ยนแปลงสถาบันการศึกษา ในการเพิ่มทักษะและความสามารถทางดิจิทัล โดยการผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ากับหลักสูตร ความร่วมมือนี้ ยังเป็นการต่อยอดแพลตฟอร์มพัฒนาบุคลากรด้านดิจิทัลของหัวเว่ยในอาเซียน ซึ่งได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยกว่า 40 แห่ง เพื่อพัฒนาศูนย์กลางบุคลากรด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง จนถึงปัจจุบัน หัวเว่ยได้ฝึกอบรมบุคลากรด้านดิจิทัลรวมทั้งสิ้น 96,200 คน ซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน ICT จำนวน 72,000 คน นักพัฒนา Cloud และ AI ขั้นสูง 8,000 คน วิศวกรด้านพลังงานสีเขียว 2,000 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ 5,000 คน SME และสตาร์ทอัพ 3,500 คน พร้อมทั้งยังช่วยฝึกอบรมฟรีให้กับนักศึกษาและประชาชนในชนบท 6,000 คน