สพฐ. เคาะโยกย้ายครู-ผู้บริหารก.ย.นี้ ตั้งเป้าบรรจุแทนเกษียณ 1 ต.ค.
เมื่อวันที่ 17 กันยายน นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ. มีการยื่นขอย้ายปีละ 2 ครั้ง คือช่วงเดือนมกราคมและกรกฎาคมของทุกปี ซึ่งในส่วนของการโยกย้ายผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) รอบนี้จะเสนอรายชื่อผู้ที่ยื่นขอโยกย้ายซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองเรียบร้อยแล้ว ให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติ เมื่อย้ายผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ เรียบร้อยแล้ว จะดำเนินการบรรจุแต่งตั้งแทนอัตราเกษียณราชการซึ่งยังว่างอยู่ 40 ตำแหน่ง ที่อยู่ระหว่างการสอบคัดเลือก เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ ได้ทันวันที่ 1 ตุลาคม
นายพัฒนะกล่าวต่อว่า ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ที่ต้องการให้ทั้งครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ในสังกัด ศธ.ทุกตำแหน่ง เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ทันวันที่ 1 ตุลาคม เพื่อให้การบริหารงานมีความต่อเนื่องไม่ส่งผลกระทบต่อการจัดการศึกษาในภาพรวม
ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายครูนั้นก็คิดว่าไม่มีปัญหา คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษาทุกเขต อยู่ระหว่างดำเนินการกลั่นกรอง ก่อนเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติต่อไป ซึ่งทุกตำแหน่งจะต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน เพื่อบรรจุแต่งตั้งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ตุลาคม
“คิดว่าการแต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้จะไม่มีปัญหา ทุกตำแหน่งสามารถบรรจุแต่งตั้งได้ทันวันที่ 1 ตุลาคม อย่างแน่นอน เพราะกระบวนการต่างๆ ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ซึ่งในส่วนของครูเชื่อว่าไม่มีปัญหา และไร้การทุจริตอย่างแน่นอน เพราะยื่นผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ Teacher Rotation System หรือ TRS และระบบการจับคู่ครูคืนถิ่น Teacher Matching System (TMS) ซึ่งมีผลคะแนนเป็นวิทยาศาสตร์ ไม่มีเรื่องไสยศาสตร์ใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น ส่วนผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการ ศธ. ให้โอกาสย้ายกลับบ้าน เป็นอันดับแรก โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีจำนวนมาก ที่ไปประจำในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ หรือภาคเหนือ ดังนั้น ก็อาจเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ย้ายกลับบ้านได้ทุกคน แต่ก็อาจพิจารณาในภูมิภาค หรือจังหวัดใกล้เคียงก่อน เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ” นายพัฒนะกล่าว

