ศธ.-รง. ร่วมลงนาม MOU ส่งเสริมการมีงานทำให้นร. สร้างรายได้ช่วงปิดเทอม

20.09.24 | 10:41 น.

ศธ.-รง. ร่วมลงนาม MOU ส่งเสริมการมีงานทำให้นร. สร้างรายได้ช่วงปิดเทอม

เมื่อวันที่ 19 กันยายน นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รง.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำให้นักเรียน นักศึกษา ช่วงปิดภาคเรียน โดยมีนายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ร่วมลงนาม และผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นเกียรติในงาน ทั้งนี้ ผู้แทนจากสถานประกอบ 22 แห่ง ร่วมลงนาม ณ ห้องประชุม ชั้น 5 กระทรวงแรงงาน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. กล่าวว่า รู้สึกยินดีได้ที่มาร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้ และขอชื่นชมรง.ที่ให้โอกาส สนับสนุน นักเรียน นักศึกษา ที่ประสงค์จะทำงานให้มีงานทำที่เหมาะสม ได้รับประสบการณ์จากการทำงานจริง ได้เรียนรู้โลกของอาชีพ ซึ่งในส่วนของสถาบันการศึกษาจะร่วมประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการมีงานทำ และกำหนดหลักสูตรการศึกษาที่เหมาะสม ตรงตามความต้องการของนักเรียน นักศึกษา และตลาดแรงงานต่อไป

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการรง. กล่าวว่า ตามนโยบายของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญในการวางรากฐานการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยการสร้างโอกาสให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาสในการทำงาน การได้รับสิทธิคุ้มครองและผลตอบแทนที่เหมาะสม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นิสิต และนักศึกษา ที่เป็นหนึ่งในกำลังแรงงานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต รง. จึงได้จัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการส่งเสริมการมีงานทำให้นักเรียน นักศึกษา ในช่วงปิดภาคเรียนหรือช่วงว่างจากการเรียนขึ้น ระหว่าง รง. โดย กรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคม และ ศธ. โดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับสถานประกอบการชั้นนำอีก 22 แห่ง พร้อมจัดเตรียมตำแหน่งงานทั่วประเทศ รองรับการทำงานของ นักเรียน นิสิต และ นักศึกษา เป็นจำนวนกว่า 10,000 อัตรา เป็นการเตรียมความพร้อมของกำลังแรงงานในอนาคตให้มีความรู้ ความเข้าใจถึงลักษณะงาน ความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในด้านทักษะและกายภาย รวมถึงสามารถนำประสบการณ์จากการทำงานจริงมาใช้เพื่อการวางแผนการยกระดับความสามารถและพัฒนาทักษะของตนเองให้มีความเหมาะสมและตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานภายหลังจากจบการศึกษา และยังเป็นการสร้างรายได้ตั้งแต่วัยเรียนลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวได้อีกด้วย

Advertisement

ด้านนายวิทวัต ปัญจมะวัต รองเลขาธิการกอศ. กล่าวว่า สอศ. นำนโยบาย Learn To Earn ของศธ. สู่การปฏิบัต ให้ผู้เรียนอาชีวะจบแล้วมีงานทำ มีความรู้ ทักษะ มีความสามารถจากการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ซึ่งเป็นส่วนในการพัฒนาผู้เรียนอาชีวะ อีกส่วนที่สำคัญ คือ มีรายได้ระหว่างเรียน สามารถนำความรู้ทักษะทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ควบคู่กับการเรียน เมื่อจบหลักสูตร ผู้เรียนอาชีวะจะมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานของรง.และหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในปัจจุบันสถานประกอบการก็เปิดรับนักศึกษาเพิ่มมากขึ้น ความมือกับสถานประกอบการจึงเป็นเรื่องสำคัญ โดย สอศ. พร้อมร่วมพัฒนาหลักสูตรและเปิดสาขาที่ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการ เพื่อส่งต่อผู้เรียนอาชีวะเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ

สำหรับ นักเรียน นักศึกษา ที่สนใจสามารถหางานผ่านเว็บไซต์ “ไทยมีงานทำ.doe.go.th” หรือแอปพลิเคชัน “ไทยมีงานทำ” โดยคนหางานสามารถค้นหาข้อมูลตำแหน่งงานที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด ในตำแหน่งงานตามพื้นที่ และ ภูมิลำเนา รวมถึงจับคู่ตำแหน่งงานจากความรู้ ความสามารถ และทักษะที่มีอยู่ ส่วนนายจ้าง สถานประกอบการ ที่ต้องการเพิ่มช่องทางรับสมัครงาน สามารถลงทะเบียนนายจ้าง เพื่อประกาศตำแหน่งงาน และคัดลอกรายชื่อผู้หางาน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน 1694