สพฐ.เผยผลสอบ ครูเบญ ไม่ผ่านเกณฑ์จริง หวั่นสังคมแคลงใจ ส่งตร. ร่วมพิสูจน์หลักฐาน ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย
ความคืบหน้า กรณี น.ส.เบญ โพสต์ร้องขอความเป็นธรรม เรื่องราวการสอบครู หลังสอบติดพนักงานราชการทั่วไปอันดับที่ 1 เอกวิทยาศาสตร์ สพม.สระแก้ว แต่ผ่านไป 3 วัน ปรากฏว่าชื่อของเธอหายไป เมื่อสอบถามไปยังหน่วยงานจัดสอบคือ สพม.สระแก้ว กลับได้รับแค่คำขอโทษ โดยไม่ได้รับคำอธิบายใดๆ ทั้งสิ้น ต่อมาว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) สั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ขณะที่นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว สั่งการให้ สพม.สระแก้วและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยียวยาแก้ปัญหานี้โดยด่วน ขณะที่ สพฐ.ออกคำสั่งให้ นายประยงค์ สารภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) สระแก้ว มาปฏิบัติราชการที่สำนักบริหารการมัธยมศึกษา สพฐ. และได้มีการนัดแถลงข้อสรุปผลการสอบสวนวันที่ 20 กันยายน เวลา 10.00 น. นั้น
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่โฆษก ศธ. เปิดเผยว่า สพฐ.ขอเลื่อนการแถลงข่าวผลการสืบข้อเท็จจริงออกไปก่อน เนื่องจาก พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ประสงค์ให้ครูเบญได้ร่วมแถลงข่าวด้วย แต่เนื่องจากวันที่ 20 กันยายน ครูเบญต้องเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ดังนั้น สพฐ.จึงขอเลื่อนการแถลงข่าวในวันนี้ออกไปก่อน ขณะเดียวกัน สพฐ.ก็ได้ส่งเอกสาร ทั้งข้อสอบ กระดาษคำตอบ ทั้งของครูเบญและผู้ที่มีชื่อมาแทนไปยังกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เพื่อให้ยืนยันว่าเอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารจริงหรือไม่ อย่างไร เป็นไปตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการ ศธ. และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ที่อยากทำให้กระบวนการตรวจสอบมีความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด จะได้ไม่มีความคลางแคลงใจ
“สพฐ.ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง มีการตรวจข้อสอบ กระดาษคำตอบ รวมถึงสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 30 ปาก พบว่ามีในเรื่องความประมาทเลินเล่อ ส่วนจะมีการทุจริตหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน และเพื่อความถูกต้อง ไม่ให้เกิดความคลางแคลงใจ จึงส่งให้กองพิสูจน์หลักฐาน ตร.ตรวจสอบอีกรอบเพื่อความชัดเจน ส่วนจะแถลงข้อสรุปเรื่องนี้เมื่อไรนั้น คงต้องรอผลการพิสูจน์หลักฐานจากทาง ตร. หรือจนกว่าครูเบญจะมีความพร้อม” นายสิริพงศ์กล่าว
นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ หากผลสอบสรุปว่าครูเบญสอบได้คะแนนเป็นลำดับที่ 1 จริงตามประกาศครั้งแรก ก็จะบรรจุเป็นพนักงานราชการให้ตามสิทธิ แต่หากพบว่าเป็นความผิดพลาดจากความประมาทเลินเล่อ เช่นกรณีอ้างว่ามีการประกาศชื่อผิด โดยสลับชื่อครูเบญกับผู้ที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 ก็จะต้องมีการเยียวยา เช่น คืนตำแหน่งครูอัตราจ้างเพื่อให้มีงานทำ แต่คงไม่สามารถบรรจุเป็นพนักงานราชการให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่เป็นธรรมกับผู้เข้าสอบคนอื่น รวมถึงจะกลายเป็นบรรทัดฐาน หากมีใครมาร้องเรียนก็จะต้องบรรจุให้หมด อย่างไรก็ตาม ในส่วนผู้ที่ทำให้เกิดความผิดพลาดในครั้งนี้จะต้องถูกลงโทษทางวินัยอย่างแน่นอน ไม่ว่าผลสรุปจะออกมาเป็นความประมาทเลินเล่อ หรือการทุจริตก็จะต้องมีผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งถือเป็นผู้กำกับดูแลเรื่องนี้โดยตรง
ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สพฐ.สอบข้อเท็จจริงเสร็จเรียบร้อยตามกำหนดแล้ว โดยผลการสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่าผลสอบของครูเบญคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ตามที่ระเบียบกำหนดไว้ ทั้งภาค ก. และภาค ข.จริง และไม่ติด 1 ใน 10 ซึ่งให้ครูเบญยืนยันแล้ว ส่วนคนที่ได้ที่ 1 พบว่าคะแนนสูงสุดจริง ซึ่งบุคคลดังกล่าวมีผลการเรียนที่ได้เกียรตินิยมและสภาพแวดล้อมหลายอย่าง ยืนยันน่าจะสอบได้จริง อย่างไรก็ตาม การสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวที่ดำเนินการโดย สพฐ.อาจทำให้สังคมอาจจะยังมีความเคลือบแคลงสงสัยในหลายประเด็น ดังนั้น สพฐ.จึงทำหนังสือถึงกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ซึ่งมีความเชี่ยวชาญ มีเครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยให้ช่วยตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้ผลออกมาเป็นที่น่าเชื่อถือ ข้อสอบเป็นการฝนด้วยดินสอสองบี ตรวจกระดาษคำตอบด้วยระบบคอมพิวเตอร์
“จากการตรวจสอบด้วยสายตาของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ สพฐ.ยังไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัย สพฐ.จะต้องส่งเอกสาร หลักฐาน ให้หน่วยงานกลางเพื่อตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งหากได้ข้อสรุปจากกองพิสูจน์หลักฐานในเชิงวิทยาศาสตร์แล้วจะนัดแถลงข่าวพร้อมครูเบญเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง ส่วน สพฐ.มีมาตรการเยียวยาครูเบญอย่างไรนั้น ก็จะไปดูความเหมาะสม เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แต่เรื่องนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบแน่นอน โดยเฉพาะผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ซึ่งถือเป็นผู้กำกับดูแลโดยตรง” ว่าที่ร้อยตรีธนุกล่าว

