นิทานสุภาษิตจีน (330)
นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ / nijio u sh (หนิวเจี่ยว กว้า ฌู) โดย คำว่าni (หนิว) แปลว่า วัว jio (เจี่ยว) แปลว่า เขาสัตว์ u (กว้า) แปลว่า แขวน / sh (ฌู) แปลว่า หนังสือ ตำรา เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง แขวนตำราไว้บนเขาวัว เป็นสุภาษิตที่ใช้แสดงถึงความขยันขันแข็งในการร่ำเรียนวิชา ใช้แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งความตั้งใจ ความมุ่งมั่น มักใช้กับการเรียนการสอน มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ประเทศจีนในยุคราชวงศ์สุย Suí cháo (สุย เฉา) ประเทศชาติเพิ่งจะสงบร่มเย็น ต้องฟื้นฟูบ้านเมือง และต้องการคนดีคนเก่งเข้ามารับราชการมากมาย จึงมีการคิดค้นระบบการรับราชการขึ้น ก็คือระบบการสอบคัดเลือกบัณฑิต ผู้ผ่านการสอบคัดเลือกจนได้อันดับหนึ่งจะได้รับการยกย่องว่า สอบได้จ้วงหยวน /Zhuànyuán (หรือจอหงวน) และใช้ระบบนี้สืบต่อกันมาจนสิ้นสุดลงในราชวงศ์ชิง Qīngcháo (ชิง เฉา) กันเลยทีเดียว
การสอบคัดเลือกบัณฑิตนี้ ต้องแข่งขันกันหนักมาก จึงมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับบัณฑิตที่สอบติดหรือสอบตก จนกลายเป็นคำสุภาษิตเกี่ยวกับเรื่องนี้มากมาย และในครั้งนี้ขอเสนอเรื่องหนึ่ง เรื่องราวมีอยู่ว่า ชายหนุ่มคนหนึ่งนามว่า หลี่มี่ L M เขาได้รับการกล่าวขานถึงมากมายเกี่ยวกับความขยันเรียน ครั้งหนึ่ง เขาต้องออกเดินทางไกล ทำให้เขากังวลใจว่า การเดินทางอันยาวไกลและยาวนานนั้นจะทำให้เขาไม่มีเวลาอ่านหนังสือ แต่แล้วก่อนเดินทางเพียงหนึ่งวัน เขาก็คิดแผนการขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาการอ่านหนังสือ
โดยเขาได้สานตะกร้าขึ้นมาอันหนึ่งที่ใช้แขวนได้ เมื่อถึงวันเดินทาง เขาก็เอาหนังสือที่จะต้องอ่านใส่ในตะกร้าแล้วแขวนไว้ขนเขาวัว เมื่อหลี่มี่ขึ้นขี่บนหลังวัว มือหนึ่งก็ถือบังเหียนควบคุมวัว อีกมือก็จะใช้พลิกหนังสือในตะกร้าที่แขวนอยู่บนหลังวัว ทำให้เขาสามารถอ่านหนังสือบนหลังวัวไปได้ตลอดทางไม่ต่างจากอ่านหนังสือในห้องเรียน จนเมื่อเขาเดินทางผ่านเมือง ๆ หนึ่ง ด้วยความตั้งใจจดจ่ออยู่กับหนังสือที่อ่าน ทำให้เขาไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวเลย ผู้คนจึงมองเขาเหมือนดั่งหุ่นที่วางอยู่บนหลังวัว แต่ด้วยสิ่งประดิษฐ์ที่เขามี ทำให้ผู้คนที่ชื่นชมความขยันตั้งใจเรียนของเขา จึงเรียกเขาว่า ผู้เอาหนังสือแขวนบนเขาวัวที่อ่านอย่างใจจดใจจ่อ ต่อมานานวันเข้า จึงเหลือแต่เพียงหนังสือที่แขวนอยู่บนเขาวัว แต่ความหมายก็มิได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด ยังคงสื่อถึงความขยันมุ่งมั่นในการร่ำเรียนวิชา
![]()
(ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search/detail?ct)
หลี่มี่คนนี้ ต่อมาในภายหลังก็คือหนึ่งในขุนศึกที่ช่วยรบและช่วยก่อตั้งราชวงศ์ถัง Táng cháo ถังเฉา นั่นเอง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
Chényǔ bǐyù Zhēnxī shíjiān, qínfèn xuéxí de rén.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: เจินซี ฉือเจียน, ฉินเฟิ่น เสฺว สี เตอะ เหริน
สุภาษิตเปรียบว่า ผู้ที่รู้ว่าเวลามีค่า ตั้งใจศึกษาอย่างขยันขันแข็ง
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
Wmen yo xux t nijio u sh de dsh jnshn, zhèyàn zush ci hu chnn.
หวั่วเมิน เหย้า เสฺวสี ทา หนิวเจี่ยว กว้า ฌู เตอะ ตู๋ฌู จิงเฉิน, เจ้อย่าง จั้วฉื้อ ไฉ หุ้ย เฉิงกง
พวกเราต้องเรียนรู้จิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่นในการอ่านหนังสือของเขา เช่นนี้แล้วทำการสิ่งใดก็ประสบความสำเร็จได้

