ก.ค.ศ.ไฟเขียว แก้เกณฑ์วิทยฐานะ หลังครู-ผู้บริหาร ไม่ผ่านประเมิน ลักไก่ใช้ผลงานเก่ายื่นซ้ำ

30.09.24 | 10:27 น.

ก.ค.ศ.ไฟเขียวแก้เกณฑ์วิทยฐานะ หลังครู-ผู้บริหาร ไม่ผ่านประเมิน ลักไก่ใช้ผลงานเก่ายื่นซ้ำ

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เห็นชอบ การปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานบริหารสถานศึกษา สายงานบริหารการศึกษา และสายงานนิเทศการศึกษาสาระสำคัญ ดังนี้1. การเข้าสู่ตำแหน่ง ควรต้องผ่านการดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการฯ มาก่อน และควรมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าชำนาญการพิเศษ และมีระยะเวลาในการช่วยบริหารสถานศึกษาหรือหน่วยงานการศึกษาที่เหมาะสม 2. การเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ ควรกำหนดช่องทางเพิ่มเติมโดยเปิดโอกาสให้สามารถคัดเลือกบุคคลที่มิใช่ข้าราชการครูฯ ซึ่งมีวุฒิปริญญาโทหรือปริญญาเอก ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนรู้ ยกเว้นสาขาทางด้านการบริหารการศึกษา และมีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญระดับสูง สามารถเข้าสู่ตำแหน่งศึกษานิเทศก์ 3. ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งสายงานบริหารสถานศึกษา สายงานบริหารการศึกษาและนิเทศการศึกษา ต้องมีใบรับรองการผ่านการพัฒนาสมรรถนะตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด เพื่อให้มีสมรรถนะและความพร้อมในการเข้าสู่ตำแหน่งใหม่ก่อนเข้ารับการคัดเลือก และ4.สำหรับมาตรฐานตำแหน่งครูผู้ช่วย และมาตรฐานตำแหน่งครู รวมทั้ง มาตรฐานวิทยฐานะ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกตำแหน่ง เห็นควรให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้เดิม ตาม ว 3/2564 และ ด่วนที่สุด ที่ ศธ 0206.4/1400 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2567 (กำหนดสำหรับ สกร.)

รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบ การแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครู ผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก และผู้บริหารการศึกษา ตาม ว 9 – ว 12 /2564 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ขับเคลื่อนการนำหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวสู่การปฏิบัติ และได้มีการกำกับ ติดตามการดำเนินการเกี่ยวกับการขอมีวิทยฐานะและเลื่อนวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาโดยตลอดและพบว่า มีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ยื่นคำขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะแล้ว มีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ที่ก.ค.ศ. กำหนด บางราย ได้นำหลักฐานคลิปการสอนประกอบการประเมินด้านที่ 1 และด้านที่ 2 ที่ได้เสนอไว้เดิม มาเสนอขอรับการประเมินใหม่อีกครั้ง และพบกรณีบางรายที่ยื่นคำขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งกำหนดให้ต้องสนองผลงานทางวิชาการ มีหลายรายที่เมื่อทราบผลการพิจารณาว่าไม่อนุมัติ จะยื่นคำขอใหม่ในภาคเรียนต่อไปทันที ทำให้ผลงานทางวิชาการที่นำมาส่งใหม่นั้นไม่มีคุณภาพเพียงพอ เนื่องจากไม่ได้ใช้ระยะเวลาในการศึกษา วิเคราะห์/วิจัย เพื่อจัดทำผลงานทางวิชาการให้มีคุณภาพตามหลักวิชาการ

“ดังนั้น เพื่อให้การประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นกระบวนการพัฒนาวิชาชีพ ยกระดับคุณภาพการศึกษาให้ส่งผลลัพธ์ถึงผู้เรียนอย่างแท้จริง ก.ค.ศ. จึงเห็นชอบให้แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการฯ ว 9 – ว 12/2564 และ ว 18/2567 ดังนี้1.กำหนดให้ผู้ที่เคยยื่นคำขอรับการประเมินแล้วมีผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์ที่ ก.ค.ศ. กำหนด การขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะเดียวกันในครั้งต่อไป ต้องใช้ไฟล์ดิจิทัลและ/หรือหลักฐานประกอบ การประเมินด้านที่ 1 และด้านที่ 2ที่จัดทำภายหลังจากการยื่นคำขอรับการประเมินครั้งล่าสุด 2. กำหนดระยะเวลาการยื่นคำขอเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษ ทุกตำแหน่ง ให้ยื่นคำขอได้ตลอดปี รอบปีละ 1 ครั้ง และผลงานทางวิชาการต้องไม่ใช่ผลงานเรื่องเดิมที่เคยนำมาเสนอขอรับการประเมินเพื่อขอมีวิทยฐานะและเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษมากก่อน ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้มีการพัฒนาการปฏิบัติงานจนเกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ต่อผู้เรียนเกิดผลต่อการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานและส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาอย่างแท้จริง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป นอกจากนี้ที่ประชุมยังอนุมัติ ย้ายและแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 71 ราย”รัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าว