อดีตปธ.กพฐ.-นักวิชาการ ชี้ ไม่ควรยกเลิกทัศนศึกษา แนะร.ร.คำนึงความปลอดภัย

1.10.24 | 16:55 น.

อดีตปธ.กพฐ.-นักวิชาการ ชี้ ไม่ควรยกเลิกทัศนศึกษา แนะร.ร.คำนึงความปลอดภัย จี้รบ.จริงจังแก้ปัญหาอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ อดีตประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียน โรงเรียนวัดเขาพระยา จ.อุทัยธานี เหตุเกิดที่หน้าเซียร์รังสิต ถนนวิภาวดีรังสิต หน้าอนุสรณ์สถาน จ.ปทุมธานี จนมีครูและนักเรียนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ให้ยกเลิกการไปทัศนศึกษาว่า หลักการไปทัศนศึกษา เพราะต้องการสร้างเสริมประสบการณ์ของเด็ก ไม่ได้เน้นให้เด็กไปไหนไกล แต่เน้นให้เด็กได้เรียนรู้ชีวิต สภาพแวดล้อม เสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตให้เด็กเท่านั้น ซึ่งตนมองว่ากรณีที่เกิดขึ้น โรงเรียนไม่ควรจะจัดให้เด็กระดับชั้นอนุบาลไปไกลถึงขั้นข้ามจังหวัด อีกทั้งช่วงนี้เป็นช่วงหน้าฝน ไม่ควรที่จะเกิดทางไปไหนไกล ควรจะจัดกิจกรรมทัศนศึกษาในช่วงเปิดเทอม ไม่ใช่จัดในช่วงปิดเทอมเช่นนี้ ทั้งนี้ หากจะต้องเดินทางไกลนั้น จะต้องตรวจสอบสภาพรถเพื่อสร้างความมั่นใจ

นายเอกชัยกล่าวต่อว่า มองว่าการจัดทัศนศึกษาของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล ควรไม่ให้เด็กไปไหนอาจจะจัดทัศนศึกษาในจังหวัด หรือจัดกิจกรรมในโรงเรียนเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์เด็ก และการที่จะไปทัศนศึกษานั้น จะต้องขอดูสภาพรถ และเมื่อขึ้นรถแล้วต้องมีการเตรียมแผนรับมือหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับนักเรียน หากมีแผนรับมือที่ดี โอกาสที่จะเกิดเหตุสลดอาจจะน้อยลง

“ดังนั้น ในความเห็นของผม ไม่ควรที่จะยกเลิก แต่ไม่ควรจัดให้เด็กไปไกล เช่น หากเป็นเด็กเล็ก การเดินทางด้วยรถไม่ควรเกินครึ่งชั่วโมง ทั้งนี้มองว่าการรักษาความปลอดภัย แผนรับมือต่างๆ ของเรายังไม่ใส่ใจมากเท่าที่ควร เมื่อเกิดเรื่องก็วัวหายล้อมคอก มองว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ควรจะกำหนดว่าการไปทัศนศึกษาต้องทำอย่างไรบ้าง เช่น ต้องคำนึงถึงวัยของเด็ก เป็นต้น” นายเอกชัยกล่าว

ด้านนายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า การไปทัศนศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของการไปทำกิจกรรมนอกสถานที่ ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ในโรงเรียนแทบจะไม่มีโอกาสไปทัศนศึกษา หรือไปพื้นที่อื่น ตนคิดว่ากิจกรรมทัศนศึกษายังจำเป็น เพราะถือเป็นโอกาสที่ดีของเด็กที่จะได้ทำกิจกรรมข้างนอก เพราะกว่า 90% เด็กเรียนแต่ในห้องเรียน ส่วนอุบัติเหตุนั้นเป็นประเด็นที่เราขาดความระมัดระวัง ขาดความละเอียดรอบคอบ

Advertisement

นายสมพงษ์กล่าวว่า หากจะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ควรแก้ไขปัญหาเรื่องอุบัติเหตุมากกว่าไปแก้ไขปัญหาเรื่องทัศนศึกษา เพราะการดูแลเรื่องอุบัติเหตุของเรานั้น หย่อนมาก มองว่าทัศนศึกษายังดำเนินต่อไปได้ แต่ต้องเตรียมตัวอย่างดีในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องรถที่นำไปใช้ อุบัติเหตุ เรื่องการมีรถนำขบวนรถทัศนศึกษาด้วย ต้องพิถีพิถันและต้องระมัดระวัง นอกจากนี้ต้องดูเรื่องคนขับ คุณภาพของรถด้วย

“มองว่าอย่าไปโทษเรื่องทัศนศึกษา มองว่าโรงเรียนต้องดูความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญ ดูเรื่องวัยของนักเรียน ระยะทางการเดินทาง เช่น การทัศนศึกษาของเด็กอนุบาลควรจะอยู่ในชุมชนในจังหวัด การเดินทางข้ามจังหวัดอาจจะเสี่ยงและไกลเกินไป เป็นต้น มองว่าเรื่องนี้รัฐบาลต้องเอาจริงเอาจัง อย่าให้เป็นกระแสไฟไหม้ฟาง ทั้งนี้ทราบว่า นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่มาดูเรื่องนี้เอง ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องดี แต่มองว่าเรื่องอุบัติเหตุ เรื่องรถที่นำไปใช้ทัศนศึกษาต้องมีการถกและพูดคุยให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก และขอให้มีแนวทางที่ชัดเจนด้วย” นายสมพงษ์กล่าว