รมว.ศธ.ร่ำไห้ สั่งงดทัศนศึกษาทันที ถ้าจำเป็นดูงานในจังหวัดแทน กำชับตรวจสภาพรถ

2.10.24 | 12:28 น.

‘บิ๊กอุ้ม’ ร่ำไห้ พร้อมเยียวยาผู้ประสบภัยทุกคน เหตุไฟไหม้รถบัส-สั่งงดกิจกรรมทัศนศึกษาที่ไม่จำเป็น สั่งเข้มมาตรการณ์ออกเดินทางนอกโรงเรียน

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากกรณีเกิดเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เหตุเกิดที่หน้าเซียร์รังสิต ถนนวิภาวดีรังสิต หน้าอนุสรณ์สถาน จ.ปทุมธานี จนมีครูและนักเรียนเสียชีวิตรวม 23 ราย นักเรียนบาดเจ็บสาหัสและอยู่ในการดูแลของแพทย์ 2 ราย อีกทั้งยังมีนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อมือเนื่องจากเข้าไปช่วยเหลืออุ้มนักเรียนคนอื่นๆ ออกมาจากตัวรถ ส่วนครูที่ปลอดภัยจากเหตุการณ์นี้ จำนวน 3 รายได้เดินทางกลับที่พักเป็นที่เรียบร้อย

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวว่า หลังเกิดเหตุมีผู้ปกครองของนักเรียนเดินทางมารับบุตรหลานที่ปลอดภัยของตนเองกลับบ้านที่สำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคงกองทัพบก (สปร.ทบ.) และหน่วยงานทางทหารอื่นๆ ใกล้ที่เกิดเหตุประมาณ 35 ราย ส่วนกลุ่มนักเรียนที่เหลือ กระทรวงคมนาคม (คค.) ได้จัดหารถและตำรวจทางหลวงนำขบวนส่งเด็กนักเรียนกลับบ้านอย่างปลอดภัย

“เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมใจเข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยและดูแลสร้างขวัญกำลังใจน้องๆ นักเรียนเป็นอย่างดี ซึ่งอาจจะปรากฏเป็นภาพที่มีการยิ้มแย้มออกไป จึงอยากจะเรียนให้ทราบว่าในสถานการณ์ตอนนั้นการยิ้มแย้มและหากิจกรรมเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้น้องๆ นักเรียนที่เพิ่งประสบเหตุเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ให้เด็กเหล่านั้นนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น และขอขอบคุณไปยังทุกภาคส่วนที่ได้เข้ามาร่วมด้วยช่วยกัน” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว

Advertisement

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวต่อว่า ส่วนผู้ปกครองของเด็กที่ได้รับบาดเจ็บและสูญหาย หน่วยงานทางด้านทหารได้จัดหารถรับผู้ปกครองจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) มาที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อให้พิสูจน์อัตลักษณ์ของผู้สูญหายว่าเป็นใคร ซึ่งเสร็จสิ้นในเวลา 03.00 น. ของวันที่ 2 ตุลาคมโดยประมาณ ซึ่งผู้ปกครองบางส่วนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดและไม่สะดวกเดินทางกลับบ้านทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้จัดหาที่พักชั่วคราวให้ประมาณ 20 คน

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวด้วยว่า ในส่วนของ สพฐ.จะเข้ามาดูแลในเรื่องของค่าสินไหมของประกันชีวิตและประกันอุบัติเหตุ เพื่อให้ได้รับเงินชดเชยครอบคลุมทุกกรณี พร้อมทั้งดูแลสิทธิประโยชน์ของครูที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ให้มีการพิจารณาบำเหน็จความชอบกรณีพิเศษ 3 ชั้น ขณะเดียวกันในเรื่องของการเยียวยาผู้ประสบภัย สพฐ.จะเปิดรับบริจาคเงินให้ประชาชนที่สนใจช่วยเหลือเข้ามาร่วมบริจาคได้ โดยจะเป็นค่าปลงศพ และทุนการศึกษาให้กับครอบครัวของผู้ประสบภัย

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวว่า ผู้ที่สนใจบริจาคสามารถติดต่อ หรือเดินทางเข้ามาที่ สพฐ.เพื่อรับรายละเอียดในการดำเนินการได้ ทางด้านคุรุสภาจะทำเรื่องประกาศเกียรติคุณคุรุสดุดีให้กับครูที่เสียชีวิตทั้ง 3 ราย และครูที่ปลอดภัย แต่ได้ช่วยเหลือนักเรียนบางส่วนออกมาจากเหตุการณ์

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวต่อว่า หลังจากการประชุมประสานภารกิจ ได้มอบหมายข้อสั่งการให้งดกิจกรรมทัศนศึกษาโดยที่ไม่จำเป็นโดยทันที แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องมีมาตรการในการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยกอนเดินทางจะต้องประสานงานกับขนส่งเพื่อตรวจสอบความพร้อมของยานพาหนะที่จะใช้เดินทาง รวมทั้งการสำรวจเส้นทางก่อนออกเดินทางจริง และจะต้องแบ่งกลุ่มเด็กนักเรียนที่เดินทางไปให้ชัดเจน โดยเด็กเล็กที่เรียนในชั้นที่ต่ำกว่าประถมศึกษาปีที่ 4 อนุญาตให้เดินทางไปทัศนศึกษาภายในตัวจังหวัดที่โรงเรียนสังกัดอยู่เท่านั้น เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเดินทางไปติดตามดูแลได้

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวว่า สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือจะต้องมีการซักซ้อมวิธีการเอาตัวรอดให้กับครูและนักเรียนในสถานการณ์ฉุกเฉินไม่ใช่เพียงเหตุการณ์รถโดยสารเกิดเหตุเพลิงไหม้เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงสถานการณ์ฉุกเฉินอื่นๆ เช่น แผ่นดินไหว โรงเรียนถูกบุกรุก เป็นต้น ซึ่ง ศธ.ได้มีการออกคำสั่งให้ทุกโรงเรียนในสังกัด สพฐ.มีการซักซ้อมรับมือเหตุการณ์ฉุกเฉินไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะกำชับเพื่อเน้นย้ำทุกโรงเรียนอีกครั้งหนึ่ง

“สำหรับประเด็นการยกเลิกกิจกรรมทัศนศึกษาไปเลยนั้น อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ของนักเรียน เพราะบางอย่างจะต้องไปเห็นของจริงเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ ผมเชื่อว่าคุณครู ผู้ปกครอง ผู้บริหาร และทุกคนที่เกี่ยวข้องหวังดีกับนักเรียนทุกคนและไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงในครั้งนี้ แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วสิ่งที่ต้องทำก็คือหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกครั้ง” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว