เมื่อวันที่ 2 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ ได้เผยแพร่ข้อมูลและภาพชุดการลงพื้นที่สำรวจเมืองโบราณลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 22-24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อจัดทำแผนงานศึกษาทางโบราณคดี อันจะนำมาสู่การสร้างองค์ความรู้ทางวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ในพื้นที่ดังกล่าวให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ผลจากการสำรวจพื้นที่เมืองลี้โบราณ พบว่าสภาพเมืองลี้โบราณในปัจจุบัน เป็นเมืองที่มีการขุดคูน้ำคันดินล้อมรอบ 3 ด้าน มีกำแพงดิน 3 ชั้น คูน้ำ 2 ชั้น ขนาดความกว้างยาวของเมืองโดยเฉลี่ย 350 x 550 เมตร นอกจากนี้พื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกของเมืองโบราณลี้ ยังพบแนวกำแพงก่ออิฐขนานไปกับแนวลำน้ำแม่แต๊ะ แสดงให้เห็นถึงพื้นที่การตั้งถิ่นฐานที่น่าจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ นอกจากนี้จากการสำรวจพื้นที่ทางด้านเหนือสุดของเมืองยังพบร่องรอยกิจกรรมมนุษย์คล้ายเนินดินฝังศพอีกด้วย
ในส่วนโบราณวัตถุที่พบในพื้นที่แหล่งจากการสัมภาษณ์และสำรวจพบว่าพื้นที่เมืองโบราณลี้พบโบราณวัตถุหลายยุคสมัย เช่น ขวานหินขัด ชิ้นส่วนเครื่องถ้วยจีนสมัยราชวงศ์หมิง ชิ้นส่วนภาชนะดินเผาจากแหล่งเตาล้านนา และที่สำคัญพบหอยเบี้ย มากถึง 228 ตัว มีลักษณะเป็นหอยเบี้ยปาดหลัง ถูกนำมาโปรยไว้ในชั้นดินกำแพงเมืองลี้ สันนิษฐานว่าจะใช้ในพิธีกรรมตอนก่อสร้างแนวกำแพงเมือง สำหรับหอยเบี้ย ในอดีตมีความสำคัญในฐานะเงินตราสื่อกลางการแลกเปลี่ยน แต่ก็พบในบริบทต่างๆเพิ่มเติมทั้งเครื่องประดับและพิธีกรรมความเชื่อ สำหรับหอยเบี้ยที่พบในพื้นที่ประเทศไทย สันนิษฐานว่าน่าจะนำเข้ามาจากมหาสมุทรอินเดีย การพบหอยเบี้ยในพื้นที่เมืองโบราณลี้จำนวนมากย่อมแสดงให้เห็นถึงการติดต่อปฏิสัมพันธ์ระหว่างเมืองโบราณลี้กับชุมชนภายนอกอย่างชัดเจน
สำหรับแนวทางการดำเนินงาน หน่วยงานดังกล่าวได้กำหนดไว้ในแผนงาน ได้แบ่งงานไว้ 2 ลักษณะ คือ 1.การขุดค้นทางโบราณคดีในพื้นที่เมืองโบราณลี้ เพื่อตอบคำถามลำดับพัฒนาการการใช้งานพื้นที่ของมนุษย์ในอดีต และ 2.การขุดตรวจแนวกำแพงเมือง-คูเมืองลี้ เพื่อตอบคำถามเกี่ยวกับพัฒนาการการสร้างเมือง ทั้งนี้สำนักศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ได้ทำคำขอเพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณในปี 2561 ต่อไป
และต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของภาพการลงพื้นที่สำรวจเมืองโบราณลี้ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน รวมถึงโบราณวัตถุที่พบจากการดำเนินงานดังกล่าว








