เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเป็นประธานในพิธีเปิดอุทยานการเรียนรู้ปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี ว่า หวังให้เป็นศูนย์กลางของเยาวชนใน จ.ปัตตานี และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน การแสวงหาความรู้อย่างสร้างสรรค์ และเป็นแหล่งเรียนรู้ในสังคมพหุวัฒนธรรม สร้างโอกาสให้เยาวชนทุกกลุ่มในพื้นที่ได้แสดงออก แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันมากขึ้น เป็นการสร้างความสมานฉันท์ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติของคนในพื้นที่ ตอบโจทย์ปัญหาในการย้ายถิ่นฐานของผู้ปกครอง และเด็กใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นความพยายามที่จะดึงเยาวชนให้กลับมาศึกษาในบ้านเกิด พร้อมพัฒนาเยาวชนในพื้นที่ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และเป็นคนดีของสังคม
นายราเมศ พรหมเย็น ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (สอร.) หรือทีเค พาร์ค กล่าวว่า การจัดตั้งอุทยานการเรียนรู้ปัตตานีเกิดขึ้น เพราะสถานการณ์ของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้เด็กขาดโอกาสอย่างมากในเรื่องการอ่าน และการเรียนรู้ ดังนั้น เพื่อขยายโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไประหว่างส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค และให้เกิดความเท่าเทียม ตลอดจนเพื่อเป็นการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาที่สอดคล้องกับบริบทในแต่ละพื้นที่ และมุ่งเน้นการบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อให้แหล่งเรียนรู้ที่จัดตั้งขึ้นเกิดความยั่งยืน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เทศบาลเมืองปัตตานี และทีเค พาร์ค จึงได้ร่วมกันจัดตั้งอุทยานการเรียนรู้ปัตตานีขึ้นตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ตามแนวคิด “ห้องสมุดมีชีวิต” สำหรับส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดนิสัยรักการอ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไปใน จ.ปัตตานี และพื้นที่ใกล้เคียง โดย ศอ.บต.เป็นหน่วยงานหลักในการสนับสนุนด้านงบประมาณจัดสร้าง และเทศบาลเมืองปัตตานีเป็นหน่วยงานหลักในการอนุเคราะห์พื้นที่สำหรับการจัดตั้ง และรับผิดชอบดำเนินการให้บริการหลังเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ สำหรับในส่วนของ สอร.เป็นหน่วยงานหลักในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านห้องสมุดมีชีวิต โดยส่งเสริม และสนับสนุนด้านหนังสือและสื่อการเรียนรู้ ด้านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ ด้านกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเรียนรู้เชิงสาธิต และด้านอื่นๆ รวมทั้ง เข้ามาช่วยในการวางระบบการบริหารจัดการอุทยานการเรียนรู้ปัตตานี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อไป
นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.กล่าวว่า การเกิดขึ้นของอุทยานการเรียนรู้ปัตตานีจะกลายเป็นศูนย์กลางของเยาวชนในปัตตานี และพื้นที่ใกล้เคียง ตอบโจทย์ปัญหาในการย้ายถิ่นฐานของผู้ปกครอง และเด็กใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเป็นความพยายามที่จะดึงเยาวชนให้กลับมาศึกษาในบ้านเกิด มุ่งเน้นให้เยาวชนมีจิตสำนึกรักบ้านเกิดในความมีอัตลักษณ์ที่เป็นความภาคภูมิใจของท้องถิ่น ซึ่งจะส่งผลต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กเยาวชนในพื้นที่ และประชาชนทั่วไปใน จ.ปัตตานีให้ดีขึ้น อุทยานการเรียนรู้ปัตตานีจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาอีกแห่งหนึ่ง ที่เชื่อมโยงชุมชน และสังคมที่เป็นพหุวัฒนธรรม ตลอดจนเป็นพื้นที่สมานฉันท์ ปรองดอง และการอยู่ร่วมกันได้อย่างมีสันติสุข

