ศธ. จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับจากเหตุไฟไหม้รถบัสนักเรียน ยันดึงขนส่งร่วมตรวจสอบรถนำเที่ยวของโรงเรียน
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ คณะผู้บริหารศธ. ได้เข้าร่วมพิธีจัดงานทำบุญอุทิศส่วนกุศลและทอดผ้าบังสุกุลให้ผู้ล่วงลับจากเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา ของโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี พร้อมพิธีเจริญพระพุทธมนต์เสริมสิริมงคลเรียกขวัญกำลังใจ ให้กับนักเรียนผู้บาดเจ็บที่ยังรักษาตัวอยู่ที่ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จำนวน 2 คน โดยมี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ( สพป.) และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จากทั่วประเทศเข้าร่วมพิธีผ่านระบบออนไลน์
พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า ในวันนี้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเป็นเจ้าภาพสวดอภิธรรมศพครูและนักเรียนที่เสียชีวิต จำนวน 23 ราย ที่ โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี โดยจะเดินทางไปร่วมสวดอภิธรรมด้วย ส่วนการจัดทำบุญจากส่วนกลางและเขตพื้นที่ทั่วประเทศในครั้งนี้ ต้องการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่นักเรียนที่ยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล จำนวน 2 ราย และอุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้วจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ส่วนมาตรการเยียวยาช่วยเหลือครอบครัวนักเรียนและครูที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตนั้น ได้มอบหมายให้สพฐ.ดำเนินการเป็นเจ้าภาพรับบริจาค เพื่อร่วมสมทบเข้ากองทุนช่วยเหลือให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งจะแยกเป็นสองส่วน คือ เงินค่าจัดการศพ และทุนที่จะให้ทายาทหรือบุพการี ในการช่วยเหลือเยียวยาต่อไป โดยในวันนี้(3 ตุลาคม) ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กทม.เขต 2 ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเข้ามา จำนวน 120,000 บาท

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการงดกิจกรรมทัศนศึกษาของโรงเรียนนั้น ได้ทำหนังสือสั่งการไปแล้วขอให้งดกิจกรรมทัศนศึกษา และหากมีความจำเป็นจะต้องไปให้พิจารณาตามความเหมาะสม โดยห้ามไม่ให้เด็กต่ำกว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปทัศนศึกษา รวมถึงได้จัดทำหนังสือไปถึงกรมขนส่งทางบกด้วยว่า หากมีกรณีสถานศึกษาแจ้งขอให้รถในการไปทัศนศึกษาหรือกิจกรรมอื่นๆ ขอให้กรมการขนส่งทางบกอำนวยความสะดวกในการเข้าตรวจสภาพรถให้มีความพร้อมก่อนการเดินทาง หรือจะต้องมีหนังสือรับรองจากกรมการขนส่งมายืนยันว่ารถที่ใช้เดินทางของโรงเรียนมีความพร้อม อีกทั้งก่อนเดินทางให้ผู้ประกอบการได้อธิบายขั้นตอนและวิธีการหากเกิดเหตุฉุกเฉินระหว่างเดินทางในการเอาตัวรอดจะทำอย่างไร เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นมากอีก
“จากนี้ไปจะมีการวางแผนบูรณการหลักสูตรการเรียนการสอนในการเติมทักษะชีวิต หรือจัดทำแผนเผชิญเหตุไว้กลุ่มวิชาลูกเสือ หรือวิชาพลศึกษา เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการเผชิญเหตุการณ์ที่ไม่ปลอดภัยในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เด็กนักเรียนจะได้มีทักษะการเอาตัวรอดที่ถูกวิธี ซึ่งขณะนี้ผมกำลังคิดว่า จะให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ที่เป็นการศึกษานอกระบบนำรูปแบบหลักสูตรที่เป็นมาตรฐานสากลมาใช้สอดแทรกในการเรียนการสอน” พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าว

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ขอฝากไปยังเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศให้มีความระมัดระวังในการเดินทาง หรือ การปฏิบัติอะไรต่างๆ ให้อยู่บนความไม่ประมาทดั่งพุทธสุภาษิตที่ว่า อปฺปมาทรตา โหถ สจิตฺตมนุรกฺขถ ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร. ท่านทั้งหลาย จงยินดีในความไม่ประมาท ความไม่ประมาทคือการระลึกรู้ว่าจะต้องทำอะไรอย่างไร ฉะนั้นจะทำอะไรขอให้ตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ขอให้เพื่อนครู บุคลากรทางการศึกษาทุกคนจงประสบแต่สิ่งดี มีความปลอดภัย มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์ และร่วมกันปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและการศึกษาต่อไป


