มทร.ล้านนา ผนึกหน่วยอาชีวะภาคเหนือ-สถานประกอบการ สร้างบัณฑิตสนองภาคอุตสาหกรรม

2.03.17 | 18:06 น.

นายนำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ล้านนา เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการ Chevron Enjoy Science : TVET HUB LANNA ว่า ถือเป็นมิติใหม่ของการทำความร่วมมือกันทำงานระหว่างหน่วยงานรัฐ อย่างสถาบันการอาชีวภาคเหนือ มทร.ล้านนา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ ภาคอุตสาหกรรม บริษัทเชฟรอน และสถาบันคีนันแห่งเอเชีย ซึ่งแต่เดิมสถาบันการศึกษาสอนแบบไม่สนใจว่าผู้ใช้บัณฑิตต้องการคนแบบใด ทำให้ผลิตบัณฑิตแบบไม่ตอบสนองภาคตลาดแรงงานเท่าที่ควร โดยไม่ได้สนใจว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะทำงานอย่างไร ทำงานได้หรือไม่ ขณะนี้ผู้ใช้บัณฑิต หรือตลาดแรงงานทุกภาคส่วนสะท้อนให้เห็นว่าการผลิตบัณฑิตเพื่อให้ตรงต่อภาคการใช้งานของตลาดแรงงานในส่วนต่างๆ สำคัญมาก และจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศ นั่นคือบัณฑิตมีงานทำ ไม่ตกงาน บัณฑิตมีขีดความสามารถตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และบัณฑิตจะมีอนาคตการทำงานที่ก้าวหน้า และมีอนาคตที่ยั่งยืนกว่าเดิม

“ในยุคนี้เราต้องทำงานร่วมกันแบบไม่แยกส่วน อย่างสถาบันการศึกษาที่มีความชำนาญด้านเทคโนโลยี และอาชีพ แบบมีทักษะในการทำงานได้จริง อย่าง มทร.กับสถาบันอาชีวศึกษา ช่วยกันแบบกัลยาณมิตร เอาจุดดีของกันและกันมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน จุดด้อยก็ช่วยกันมอง และแก้ไข เพื่อเป้าหมายระดับสูงนั่นคือประเทศชาติเป็นหลัก ไม่ได้แย่งงานกันทำ และการทำงานในลักษณะที่ มทร.ล้านนา ร่วมกับสถาบันอาชีวศึกษาภาคเหนือ จะเกิดวิวัฒนาการทางด้านการศึกษาด้านเทคโนโลยี และอาชีพ” นายนำยุทธกล่าว

นายนำยุทธกล่าวอีกว่า อยากเชิญชวนสถาบันอาชีวศึกษาที่สนใจงานที่ มทร.ล้านนาทำอย่าง โครงการโรงเรียนในโรงงาน (Wil) วิลล์ หรือโครงการ STEM for TVET แนวทางการพัฒนาอาชีวศึกษาด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีด้วยการสร้างครูผู้สอนให้เข้าใจกระบวนการ และบริบทของอุตสาหกรรมที่เน้นการบูรณาการ ก็เข้ามาเป็นเครือข่ายร่วมกันทำงาน เพื่อชัยชนะของประเทศ เพราะจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับค่านิยมด้านการศึกษา ส่งผลให้เด็กไทยเป็นตัวของตัวเองในการเลือกเรียน ไม่เรียนตามกัน หรือตามกระแสอีกต่อไป แต่จะมองอนาคตของตัวเองได้อย่างมีเป้าหมายมากกว่าเดิม