หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา เรียนไทยได้จี...

เรียนไทยได้จีน : นิทานสุภาษิตจีน (331)

6.10.24 | 10:19 น.

นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ  朽木不可雕  xiǔ mù bù kě diāo (สิ่ว มู่ ปู้ เข่อ เตียว) โดย คำว่า朽xiǔ (สิ่ว) แปลว่า เน่า ผุ  木mù (มู่) แปลว่า ท่อนไม้ ไม้不可bù kě (ปู้ เข่อ)  แปลว่า ไม่อาจ…ได้  ไม่สามารถ…ได้  雕diāo (เตียว)  แปลว่า แกะสลัก  เมื่อรวมกันแล้วหมายถึง ไม้ผุที่ไม่อาจแกะสลักได้ เป็นสุภาษิตที่ใช้แสดงถึงความหมดหวังที่อบรมขัดเกลาได้อีก  คนดื้อรั้นที่ยากต่อการอบรมสั่งสอนได้  เหมือนไม้ผุที่ไม่อาจนำมาแกะสลักให้สวยงามได้นั่นเอง  มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน

ขงจื่อ 孔子 Kǒngzǐ (หรือ ขงจื๊อ) นักปราชญ์ผู้โด่งดังของจีน ท่านมีชีวิตอยู่ในยุคชุนชิว 春秋 Chūnqiū ยุคที่การเมืองวุ่นวาย การศึกษาเบ่งบานกล่าวกันว่า ตลอดชีวิตของท่านขงจื่อ นอกจากทำกิจกรรมทางการเมือง และการรวบรวมตำเรียนเขียนหนังสือแล้ว  เวลาส่วนใหญ่ของท่านจะทุ่มไปกับการอบรมสั่งสอนบรรดาลูกศิษย์  ดังนั้นตลอดเวลากว่าห้าสิบปีนั้น  ท่านได้รับนักเรียนมาอบรมสั่งสอนราวสามพันคน  ในบรรดาลูกศิษย์มากมายเหล่านี้ ท่านจะศึกษาอุปนิสัยของศิษย์แต่ละคนเป็นอย่างละเอียด การอบรมสั่งสอนของท่านมุ่งสอนตามความสามารถรายบุคคล และจากการรู้จักพินิจพิเคราะห์ในตัวลูกศิษย์เป็นประจำนี้เอง  ทำให้ท่านขงจื่อเองก็ได้บทเรียน ได้ประสบการณ์จากตัวลูกศิษย์ด้วย ซึ่งประสบการณ์ที่ได้จากตัวลูกศิษย์แต่ละคนนั้น มันมีทั้งด้านที่ดีและไม่ดีผสมกัน บางครั้งในตอนต้น ๆ ก็ตัดสินในใจแล้วว่าศิษย์คนนี้ดี คนนี้เก่ง คนนี้ไม่ได้เรื่อง และศิษย์หลาย ๆ คนที่ขงจื่อคิดเช่นนั้นก็มักผิดเสียด้วย จึงเป็นที่มาของสุภาษิตในวันนี้

มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งท่านขงจื่อ ได้รับลูกศิษย์คนหนึ่งไว้นามว่า宰予 Zǎi Yǔ จ๋าย หยวี่  เป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในการเจรจา เก่งในทางปะทะคารม เก่งในการถกประเด็นปัญหา นับเป็นลูกศิษย์ที่หาตัวได้ยากคนหนึ่งของขงจื่อ และจ๋ายหยวี่ก็ถือเป็นลูกศิษย์หนึ่งในสิบสามสุดยอดนักปราชญ์แห่งสายขงจื่อด้วย  แต่ในระหว่างเรียนอยู่กับขงจื่อนั้น เขามักถามประเด็นปัญหาที่ทำให้ขงจื่อเข้าใจว่าเด็กคนนี้เป็นไม่ดี อย่างเช่น ครั้งหนึ่งขงจื่อกำลังสอนถึงการไว้ทุกข์ให้กับบิดามารดาที่เสียชีวิตเป็นระยะเวลาสามปี  จ๋ายหยวี่ก็แสดงความเห็นคัดค้านอาจารย์ว่า การไว้ทุกข์สามปีนั้นมันช่างยาวนานเกินไป อันที่จริงเพียงหนึ่งปีก็เหมาะสมแล้ว ขงจื่อจึงถามว่า ถ้าทำเช่นนั้นแล้วเจ้ารู้สึกสบายใจไหม จ๋ายหยวี่ตอบว่าข้าพเจ้ารู้สึกสบายใจดี ขงจื่อจึงตอบว่าถ้ารู้สึกสบายใจก็จงทำอย่างที่เจ้าคิดแล้วกัน  และอีกครั้งหนึ่ง ขงจื่อได้สอนบรรดาศิษย์ว่า เราควรเดินตามทางผู้มีคุณธรรมสูงส่ง จ๋ายหยวี่ก็ถามขึ้นว่า ถ้าเช่นนั้นแล้ว ระหว่างที่เดินตามผู้มีคุณธรรมนั้น แล้วผู้มีคุณธรรมนั้นตกบ่อน้ำไป เราควรเดินตามและตกบ่อน้ำตามไปหรือไม่

 (ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search/detail?ct)

Advertisement

ขงจื่อก็ตอบว่า จะทำเช่นนั้นไปไย เจ้าต้องหาอุปกรณ์มาช่วยเหลือผู้มีคุณธรรมท่านนั่นสิ และต่อ ๆ มาก็ยังมีอีกหลายเรื่อง มากเกินจะกล่าว แต่มาถึงจุดสำคัญคือ ครั้งหนึ่งขงจื่อกำลังสอนบรรดาลูกศิษย์อยู่ ก็เห็นจ๋ายหยวี่นอนหลับอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ขงจื่อจึงพูดด้วยอารมณ์ว่า เจ้าศิษย์คนนี้ แต่ก่อนข้าหลงคิดว่าต่อไปภายภาคหน้าจะสำเร็จในหน้าที่การงานได้ แต่มาวันนี้ข้าคิดผิด เจ้าศิษย์คนนี้มันก็ไม่ต่างจากไม้ผุ ๆ ที่ไม่อาจนำมาแกะสลักได้อีกแล้ว   คำพูดนี้ต่อมาจึงกลายเป็นสุภาษิตจีนที่มีชื่ออีกสุภาษิตหนึ่งนั่นเอง

ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้

成语比喻:一个人的品德坏到已经无法改造,或无药可救的人。

成語比喻:一個人的品德壞到已經無法改造,或無藥可救的人。

Chénɡyǔ bǐyù: Yīgè rén de pǐndé huài dào yǐjīng wúfǎ gǎizào, huò wú yào kě jiù de rén.

เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่:  อีเก้อ เหริน เตอะ ผินเต๋อ หฺว้าย ต้าว อี่จิง อู๋ฝ่า ก่ายจ้าว, หั้ว อู๋ เหย้า เข่อ จิ้ว เตอะ เหริน.

สุภาษิตเปรียบว่า บุคคลที่ศีลธรรมเสื่อมทรามจนไม่สามารถที่จะแก้ไขปรับปรุงได้อีกแล้ว หรือคนที่ไร้ทางเยียวยา (นิสัย)

ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น

‌一上课就睡觉或打扰别人,这样的人真是朽木不可雕也。

一上課就睡覺或打擾別人,這樣的人真是朽木不可雕也。

Yī shàngkè jiù shuìjiào huò dǎrǎo biérén, zhèyàng de rén zhēn shì xiǔmù bùkě diāo yě.

อี ฉ้างเค่อ จิ้ว ฉุ้ยเจี้ยว ฮั่ว ต๋าเหร่า เปี๋ยเหริน, เจ้อย่าง เตอะ เหริน เจิน ฉื้อ สิ่วมู่ ปู้เข่อ เตียว เหย่.

พอเข้าเรียนปุ๊บก็หลับหรือไม่ก็รบกวนคนอื่น คนประเภทนี้ช่างไร้ทางเยียวยาเสียจริง