ศธ.ปลื้มความรุนแรงในร.ร.ลดลง หลังให้ความรู้น.ร. อบรมผู้ปกครอง-แก้ระเบียบริดรอนสิทธ์

7.10.24 | 15:54 น.

ศธ.ปลื้มความรุนแรงในร.ร.ลดลง หลังให้ความรู้น.ร. อบรมผู้ปกครอง-แก้ระเบียบริดรอนสิทธ์

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา โดยมีการตั้งคณะทำงาน เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพทั้งทางกายและทางใจของเด็กนักเรียนครบทุกด้าน รวมถึงยังมีการอบรมครูและผู้บริหารสถานศึกษาให้มีความรู้ ในการจัดการกับความรุนแรงและการกลั่นแกล้งภายในโรงเรียน เพื่อป้องกันรวมถึงยุติเหตุหากเกิดสถานการณ์ความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ปัจจุบันตัวเลขความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถานศึกษาลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหนึ่งเพราะนโยบายมีความชัดเจน ขณะที่โรงเรียนมีระบบการบริหารจัดการและการดูแลที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

“รัฐมนตรีว่าการศธ. ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพจิตใจของนักเรียน นอกจากจะมีการอบรมครูให้มีความรู้ด้านนี้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังจัดหากิจกรรมเพื่อให้ความรู้กับนักเรียน เช่น โครงการ นักเรียนเพื่อนที่ปรึกษา (Youth Counselor) ให้นักเรียนที่มนุษยสัมพันธ์ดี มีทักษะในการรับฟัง ได้รับการพัฒนาให้มีความรู้ ความสามรถในการให้ปรึกษาเบื้องต้น เพื่อปฏิบัติหน้าที่ให้คําปรึกษาแก่เพื่อนนักเรียน โดยการดูแลชี้แนะอย่างใกล้ชิดจากครูที่ปรึกษา รวมถึงยังมีการลงนามความร่วมมือกับมูลนิธิกำแพงพักใจในการสร้างโครงการ Wall of Sharing ซึ่งจัดทำเป็นระบบออนไลน์ให้เด็กนักเรียนที่มีปัญหาทางด้านจิตใจสามารถเข้ามาปรึกษาจิตแพทย์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย”นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังอบรม ผู้ปกครองให้ทราบถึงแนวทางการดูแลบุตรหลายที่ถูกต้อง โดยกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)ได้จัดทำหลักสูตรสำหรับผู้ปกครองในเรื่องของการดูแลบุตรหลาน ให้ผู้สนใจสามารถนำไปใช้ได้ทันที ทั้งนี้ศธ.ยังมุ่งเน้นในเรื่องของการลดภาระของผู้ปกครองในมิติของค่าใช้จ่ายระหว่างเรียน เช่น การทำเนื้อหาการเรียนให้ครอบคลุม รวมถึงหารือกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อลดการเรียนพิเศษของเด็กลง เป็นการลดภาระผู้ปกครอง หากทำได้ความเครียดในครอบครัวก็จะลดลงตามไปด้วย

“นอกจากนี้ทางศธ.ยังมีการปรับลดกฏระเบียบทางการศึกษาที่เข้มงวด และเป็นการริดรอนสิทธิของนักเรียนที่อาจจะทำให้เกิดความเครียดหรือเป็นสาเหตุของการถูกกั่นแกล้ง เช่น ปรับแก้ระเบียบทรงผม ที่ปัจจุบันเปิดกว้างให้ นักเรียน ครูและคณะกรรมการสถานศึกษา สามารถกำหนดทรงผมเองได้ โดยพิจารณาตามความเหมาะสม ไม่มีการบังคับว่าจะต้องตัดเพียงทรงนักเรียน หรือ รองทรงสูงเท่านั้น อีกเรื่องหนึ่งที่ศธ.ให้ความสำคัญคือการผ่อนปรน เรื่องเครื่องแบบนักเรียน โดยอนุโลมให้นักเรียนและครอบครัวที่ขาดสภาพคล่อง สามารถแต่งชุดไปรเวทมาเรียนได้ “นายสิริพงศ์ กล่าว

Advertisement