ผอ.ร.ร.อุดรฯ อ้างไม่รู้ ม.6 ป่วยโรคพุ่มพวง ปมถูกบังคับให้เต้นจนดับ รับเสียใจ-เคยคิดจะบวชให้

11.10.24 | 17:21 น.

ผอ. โรงเรียนอุดรฯ อ้างไม่รู้ ม.6 ป่วยโรคพุ่มพวง ปมถูกบังคับให้เต้นจนดับ รับเสียใจ-เคยคิดจะบวชให้

จากกรณีสองสามีภรรยาร้องเรียนว่า ลูกสาววัย 17 ปี ต้องมาเสียชีวิต เพราะถูกครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี บังคับให้ไปร่วมกิจกรรมในงานกีฬาของนักเรียนทั้งๆ ที่ป่วยเป็นโรคพุ่มพวง โดยลูกสาวเล่าว่าครูให้ไปเป็นสต๊าฟช่วยเสิร์ฟน้ำเสิร์ฟอาหารและกิจกรรมอื่นๆ โดยครูจะเลือกนักเรียนที่ป่วยหรือมีโรคประจำตัว ประมาณ 10 กว่าคน ไม่ไหวก็ต้องไหวเพราะกลัวไม่ผ่านกิจกรรม

กระทั่งวันเกิดเหตุเป็นพิธีปิดกีฬา จะมีการแสดงเต้นกลางสนาม มีนักเรียนไม่มา ครูจึงได้เรียกสต๊าฟที่เป็นเด็กนักเรียนป่วยทั้งหมดไปเต้นแทน จู่ๆ ลูกสาวที่เต้นอยู่เกิดล้มฟุบกลางสนาม เพื่อนๆ เข้าไปช่วย แต่ถูกครูเรียก บอกว่าไม่ต้องเข้าไป ให้เต้นให้เสร็จก่อน ลูกสาวนอนฟุบอยู่นานหลายนาที ก่อนจะมีรถพยาบาลมาช่วยปั๊มหัวใจ สุดท้ายนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ 11 วัน และเสียชีวิตในวันที่ 11 ก.ค. มากไปกว่านั้น ขณะที่ลูกสาวนอนรักษาตัวอยู่ ผอ.สำนักฝ่ายการศึกษาฯ ของเทศบาล มาเยี่ยม บอกว่า “พ่อแม่จงภูมิใจที่ลูกสาวพลีชีพเพื่อชาติ”

อ่านฉบับเต็ม : ลูกสาวป่วยโรคพุ่มพวง ถูกครูบังคับเป็นสต๊าฟงานกีฬา สุดท้ายเสียชีวิต ผอ.บอก ‘จงภูมิใจที่ลูกพลีชีพเพื่อชาติ’

ล่าสุด เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายกฤษดา โสภา อายุ 50 ปี ผอ.โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 เทศบาลนครอุดรธานี เปิดเผยว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2567 ในพิธีปิดการแข่งขันกีฬานักเรียนองค์กรปกครองท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สนามกีฬามหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตอุดรธานี ทางโรงเรียนปิดการเรียนการสอน มีนักเรียนไปแข่งขันกีฬา และไปช่วยงานจัดการแข่งขัน

Advertisement

โดยขอความร่วมมือจากนักเรียน ครูก็คัดนักเรียนไปช่วยงาน ซึ่งโรงเรียนรับมอบหมายจัดการแสดงพิธีเปิดและปิด โดย ตนไม่ทราบมาก่อนว่า น้องโพกัส อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ป่วยมีโรคประจำตัว (โรคพุ่มพวง) ซึ่งผู้ปกครองแจ้งว่าได้บอกครูไปแล้ว

“ตอนเกิดเหตุช่วงบ่ายอากาศร้อน การแสดงเต้นผ่านไปราว 5 นาที คนรอบข้างก็คิดว่าน้องเป็นลม ไม่รู้ว่ามีโรคประจำตัว ก็ได้เข้ามาช่วยนำส่ง รพ. ที่ผ่านมาโรงเรียนช่วยเหลือดูแลมาตลอด ตั้งแต่การนำส่ง รพ., ติดตามการตรวจรักษาจนกระทั่งเสียชีวิต รวมไปถึงการประกอบพิธีทางศาสนา ได้บอกกับผู้ปกครองเบื้องต้นไปว่า ในส่วนต่างๆ ที่เกิดขึ้น พวกเราจะดูแลกัน เหตุที่เกิดขึ้นเป็นกิจกรรมการเรียนการสอน, สนับสนุนการแข่งขันกีฬา และก็จะมีส่วนร่วมในกิจกรรม พร้อมแนะนำให้ผู้ปกครองทำหนังสือเรียกร้องมาที่ ทน.อุดรธานี ซึ่งเป็นต้นสังกัดของโรงเรียน”

นายกฤษดา ผอ.โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 เทศบาลนครอุดรธานี ตอบข้อซักถามด้วยว่า ทน.อุดรธานี ได้มาสอบข้อเท็จจริงเหตุที่เกิดขึ้น และได้ดำเนินการเยียวยาไปตามระเบียบราชการ ทราบว่าผู้ปกครองรับการเยียวยาไปแล้ว ล่าสุด ได้คุยกับผู้ปกครองวันจันทร์ เรื่องทำบุญครบ 100 วันให้น้อง ที่โรงเรียนจะไปร่วมทำบุญ เสมือนเป็นญาติพี่น้อง ผู้ปกครองแจ้งว่าจะทำบุญที่บ้าน วันที่ 18 ตุลาคมที่จะถึงนี้ นิมนต์พระ 5 รูป เป็นการพูดคุยกันปกติ ก็ได้เรียนผู้บริหาร ทน.อุดรธานี และครูไปแล้ว

ผอ.โรงเรียนมัธยมเทศบาล 6 กล่าวอีกว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์เกิดขึ้น มันมีมาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเหตุจนเท่าทุกวันนี้ มีความคิดเรื่องเยียวยาเหตุที่เกิดขึ้น และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำ เราได้พูดคุยกันมาตลอด รวมทั้งการนำชื่อน้องมาเป็นชื่อห้องพยาบาล ให้เราได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการเรียกร้องเยียวยาเพิ่มนั้น เราก็จะดำเนินการไปตามข้อเท็จจริง ผู้ปกครองก็มีสิทธิเรียกร้อง ก็ให้เขาดำเนินการตามที่เห็นควร เราก็รับผิดชอบไปตามเหตุที่เกิดขึ้น ไม่ติดใจที่ผู้ปกครองออกมาเรียกร้อง

และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้บทเรียนเยอะมาก เรื่องการดูแลเด็กนักเรียน ต้องสอบถามข้อมูลเด็กที่จะเข้ามาเรียน จะต้องเป็นข้อเท็จจริงจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัญหาชีวิต ครอบครัว และสุขภาพ หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ได้ปูพรมสอบถามข้อมูลสุขภาพเด็กใหม่ทั้งหมดเป็นประเด็นแรก ประเด็นต่อไปคือการสื่อสารรายละเอียดมากขึ้น

ส่วนตัวตนเองเสียใจมาก คิดแม้กระทั่งว่าจะบวชให้ลูกศิษย์ ในช่วงที่น้องรับการรักษาอยู่