‘ศธ.’เร่งยกระดับคุณภาพการศึกษา มุ่งลดความเหลื่อมล้ำ-ปรับหลักสูตร
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เห็นว่าการศึกษาของไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าชาติใดในภูมิภาค แต่ปัญหายังคงมีและไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยที่พบเจอแต่เป็นทุกประเทศที่อยู่ในกลุ่มกำลังพัฒนา คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ดังนั้น จึงเกิดแนวคิดที่จะเร่งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยการทำให้นักเรียน เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ เริ่มนำร่องภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 ซึ่งเด็กนักเรียนจะสามารถเข้าถึงข้อมูล แหล่งการเรียนรู้ต่างๆ ได้ไม่ว่าจะอยู่ในส่วนใดของประเทศ ขณะเดียวกัน ศธ.จะช่วยเหลือในเรื่องของอุปกรณ์ให้กับเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน ให้สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ทุกคน และมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พร้อมสำหรับใช้งานแพลตฟอร์ม อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมทักษะการใช้งานเทคโนโลยี การอ่าน การพูด และการพิมพ์ ด้วยเช่นกัน
นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนการปรับปรุงหลักสูตรนั้น รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนคุณภาพผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหน้าที่ปรับปรุงหลักสูตรแกนกลาง ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่ระดับชั้นประถมศึกษาก่อน โดยจะปรับลดเนื้อหาหลักสูตรที่มากเกินความจำเป็นออกไป ให้เด็กได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในทุกด้านมากกว่าที่จะเป็นวิชาการ เมื่อถึงระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายหลักสูตรจะปรับเปลี่ยนสอดแทรกเนื้อหาทางวิชาการเพิ่มเติมเข้าไป
“ทั้งนี้ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.ได้ให้ความสำคัญกับเด็กตั้งแต่ก่อนวัยเรียนซึ่งจะตอบโจทย์การแก้ปัญหาการศึกษาและปัญหาสังคมในปัจจุบัน เนื่องจากว่าเด็กควรจะได้รับการดูแลที่ดีตั้งแต่ก่อนวัยเรียน หากสอนให้เด็กเรียนรู้สิ่งไหนในช่วงวัยนั้นจะทำให้เด็กจำและนำไปใช้ตอนที่เติบโตขึ้น เปรียบเสมือนผ้าขาวที่สามารถเลอะสีได้ง่าย ซึ่งสีที่จะเข้าไปแต้มเติมในผ้าขาวเหล่านั้นจะเป็นสีแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับผู้ดูแล” นายสิริพงศ์กล่าว
โฆษก ศธ.กล่าวต่อว่า การศึกษาของไทยที่ ศธ.เป็นผู้จัดมีทั้งการศึกษาในระบบและนอกระบบ ซึ่งการศึกษาในระบบ ศธ.ก็มุ่งเน้นในเรื่องของการปรับหลักสูตรให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น และมีการประกาศใช้ธนาคารหน่วยกิตระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการอาชีวศึกษา พ.ศ.2567 ออกไปแล้ว และในตอนนี้อยู่ในช่วงทดลองใช้งาน ในอนาคตอาจจะได้เห็นการเรียนเพื่อสะสมหน่วยกิตในระหว่างอาชีวะกับระดับมัธยม โดยเฉพาะโรงเรียนขยายโอกาสที่มีถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ซึ่งเด็กในโรงเรียนขยายโอกาสส่วนมากเมื่อจบการศึกษาออกไปก็จะไม่ได้เรียนต่อ โครงการธนาคารหน่วยกิตนี้ก็จะทำให้เด็กเหล่านี้รู้ว่ายังมีทางเลือกที่ไม่ใช่สายสามัญเพียงอย่างเดียวแต่ยังมีสายอาชีพที่พร้อมรองรับเด็กกลุ่มนี้อยู่

