เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่โฆษกศธ. เปิดเผยว่า พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการศธ. ย้ำมาโดยตลอดว่า จะต้องปฏิวัติการศึกษาเพื่อยกระดับการศึกษาของประเทศไทย ให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมในทุกพื้นที่ มีคุณภาพเทียบเท่าสากล ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันบนเวทีโลก เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการจัดการศึกษาที่ยั่งยืน โดยแนวทางการจัดการเรียนการสอนมีวิธีการ ที่หลากหลาย และ การจัดการเรียนรู้เชิงรุก หรือ Active learning เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ศธ.ให้ความสำคัญ และเชื่อว่า จะสามารถพัฒนาผู้เรียนได้ตรงจุด
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามแม้แนวทางการเรียนการสอนแบบ Active Learning จะมีการพูดถึงมานานกว่า 10 ปี แต่ในทางปฏิบัติพบว่า หลายโรงเรียน ยังสอนให้เด็กท่องจำเพื่อทำข้อสอบ ไม่ได้เรียนเพื่อตั้งคำถามและหาคำตอบที่จะนำมาซึ่งความเข้าใจในเนื้อหาสาระ โดย พล.ต.อ.เพิ่มพูน จะเน้นย้ำเสมอ ว่า การเรียนสมัยก่อนให้เด็กเรียนแบบท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทอง คือ ท่องไปแบบไม่รู้ความหมาย แต่กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning จะเป็นกระบวนการที่ทำให้เด็กเข้าใจเนื้อหาในการเรียนได้มากกว่า
“ รัฐมนตรีว่าการศธ. มีนโยบายสนับสนุน โครงการ1อำเภอ1โรงเรียนคุณภาพ เพื่อให้มีโรงเรียนคุณภาพอย่างน้อยหนึ่งโรงในแต่ละอำเภอ เป็นการลดภาระผู้เรียนและผู้ปกครองไม่ต้องแห่เข้ามาเรียนในโรงเรียนแข่งขันสูงหรือโรงเรียนขนาดใหญ่ในเมือง จากนโยบายนี้จะต้องมีการพัฒนาโรงเรียนควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยี หรือ เทคนิคการสอน หรือ โรงเรียนร่วมพัฒนา รวมถึงการพัฒนาครูแม่ข่ายที่จะไปให้ความรู้กับโรงเรียนที่จะร่วมพัฒนาในอำเภอนั้น ๆ โดยแนวทางของ Active Learning ก็เป็นรูปแบบหนึ่งที่จะต้องนำไปใช้ในโรงเรียนคุณภาพด้วย” นายสิริพงศ์ กล่าว
ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำศธ. กล่าวด้วยว่า ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา พบว่าแนวทาง Active Learning ได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้ต้องมีการขยายผลไปให้ทั่วทุกภาคทั้งประเทศ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการจัดการศึกษา ที่สำคัญคือ ฝึกให้เด็กมีกระบวนการคิดวิเคราะห์ เมื่อเจอกับปัญหา ก็สามารถรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง และมิจฉาชีพที่แฝงมาในรูปแบบต่าง ๆ

