มติทปอ.มรภ.ไม่ทบทวน อายุอธิการฯ 60 ปี มีประสบการณ์เป็นได้ !!!

6.03.17 | 19:29 น.

เมื่อวันที่ 6 มีนาคมนางสมบัติ คชสิทธิ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) วไลยอลงกรณ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ ตนพร้อมด้วยอธิการบดีที่เป็นสมาชิก ทปอ.มรภ.ทั้ง 38 แห่ง ได้หารือร่วมกับนายสุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เพื่อทบทวนการกำหนดอายุผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มรภ. ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนว่าไม่ควรให้ผู้ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี มรภ. โดยที่ประชุมได้หารือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พบว่าการแต่งตั้งอธิการบดี มรภ. เป็นไปตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2551 มาตรา 18 วรรค 3 ที่กำหนดว่า การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทผู้บริหารให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.จัดตั้งมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษานั้นๆ และในมาตรา 27 ยังกำหนดด้วยว่า การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งประเภทผู้บริหาร จากบุคคลที่ไม่ได้เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาสามารถกระทำได้ ขณะที่ในมาตรา 29 ของ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 ยังระบุถึงคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีไว้ชัดเจน โดยไม่มีข้อห้ามผู้เกษียณอายุราชการดำรงตำแหน่งอธิการบดีแต่อย่างใด

“ยอมรับว่าอธิการบดีส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ใช่แค่ มรภ. เป็นผู้ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว เพราะการบริหารงานในสถาบันอุดมศึกษา ต้องการผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสบการณ์การบริหารงานการอุดมศึกษาเข้ามาทำงาน ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงไม่มีการกำหนดอายุผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งอธิการบดี ซึ่งก็ถือว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย โดยอธิการบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระ วาระละ 4 ปี” นางสมบัติกล่าว และว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอธิการบดี มรภ.ที่มีอายุเกิน 60 อยู่ในตำแหน่งประมาณ 20 คน ซึ่งทุกคนก็สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ที่ประชุมจึงเห็นว่าคงจะไม่มีการทบทวนเรื่องการกำหนดอายุผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี มรภ.อีก เพื่อเปิดโอกาสให้สามารถคัดเลือกคนเก่ง มีประสบการณ์มาทำงานได้