นักวิชาการ ชี้ ‘น้ำท่วม’ อาจกระทบการศึกษาหนักกว่า ‘โควิด’ เผย อีกไม่กี่วันจะเปิดเทอม จี้ราชการระดมกำลัง เร่งซ่อมแซมโรงเรียน-บ้านพักครู
เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้สถานการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือดีขึ้นแล้ว แต่ที่น่าห่วงคือ ผลกระทบที่ตามมาจากน้ำท่วม โรงเรียนเสียหายจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกล ถูกกระทำหนัก ซึ่งอีกไม่กี่วันก็จะเปิดเทอมแล้ว แต่หลายโรงเรียนใน อ.แม่สาย และในจังหวัดเชียงราย อาจจะไม่สามารถเปิดเรียนได้ หรือเปิดเรียนได้แต่ไม่เต็ม 100%
นายสมพงษ์กล่าวว่า ปัญหาที่เราเผชิญอยู่ในเวลานี้ คือ บางโรงเรียนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมจนหายไปทั้งโรงเรียน บ้านพักครูก็ไม่มี เช่น โรงเรียนบ้านห้วยหินลาดใน ต.บ้านโป่ง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ที่โรงเรียนหายไปทั้งหลัง แทบไม่เหลืออะไรเลย เป็นต้น
บางชุมชนที่วิกฤต มีเด็กหายไปจากชุมชนกว่า 70% เช่น บ้านไม้ลุงขน ที่โรงเรียนชุมชนบ้านไม้ลุงขน พบว่ามีเด็กหายไปจากระบบ 70% ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างตามเด็กกลับเข้ามาเรียน หรือจะเป็นสะพานขาด บ้านพัง เด็กมาเรียนไม่ได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล ทุรกันดาร และอยู่ชายขอบ เข้าถึงการคืนพื้นที่ยากมาก มองว่าราชการ ที่คืนพื้นที่ คืนบ้าน และคืนโรงเรียนให้นั้นเพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องคืนโอกาสการเรียนรู้ของเด็กกลับมาด้วย

นายสมพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ และเด็กออกกลางคัน เริ่มกลับมาอีก นอกจากนี้ยังพบว่าโรงเรียนที่วิกฤตหนักอาจจะต้องสร้างใหม่ทั้งหลัง ซึ่งไม่มั่นใจว่าจะใช้เงินจำนวนกี่แสน ทั้งนี้ยังมีโรงเรียนที่เหลือแต่โครงสร้าง ซึ่งอาจจะใช้งบประมาณ 50,000 บาท โรงเรียนที่ประสบวิกฤตน้อยลงมาอาจจะใช้งบ 30,000 บาท หรือลดหลั่นกันมาตามลำดับ และเมื่อโรงเรียนเสียหาย พบว่าเด็กยังหายไปประมาณ 70% มีโอกาสหลุดออกจากระบบสูง สิ่งที่น่าหวาดหวั่น หลังจากเกิดปัญหาครั้งนี้ จะมีปัญหาเรื่องยาเสพติดตามอีก เพราะเมื่อผู้ปกครองของเด็กไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ อาจจะตัดสินใจทำอะไรที่เสี่ยง หรือกระบวนการค้ามนุษย์อาจจะมาอีก ทำให้เด็กได้เรียนรู้แบบครึ่งๆ กลางๆ ทำให้เกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีก
“ปัจจุบันยังแทบไม่เห็นเลยว่าส่วนราชการที่ลงไปดำเนินการ ได้แก้ไขคุณภาพโรงเรียน อนาคตของเด็ก ชุมชน และอนาคตของพ่อแม่อย่างไร ผมคิดว่าในเวลานี้เราอาจจะต้องระดมการช่วยเหลือครั้งใหญ่ ผ่านมูลนิธิกระจกเงา มองว่าเมื่อเปิดเทอมมา ผมยังไม่รู้เลยว่าเราจะเปิดการเรียนการสอนอย่างไร ถ้าอุปกรณ์การเรียน แบบเรียน โต๊ะเรียน ตู้เก็บของต่างๆเสียหาย ดังนั้นความจำเป็นในขณะนี้ ที่รัฐต้องรีบเร่ง การซ่อมแซมอาคาร บ้านพักครูก็จำเป็น แต่รัฐอาจจะช่วยไม่ได้ทั้งหมด มองว่าต้องช่วยกันระดมความช่วยเหลือให้เด็กได้เรียนหนังสือ” นายสมพงษ์กล่าว
นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ พบว่ามีหลายโรงเรียนต้องการปูนซีเมนต์ ท่อพลาสติก ห้องน้ำ อาคารเรียน แบบเรียน และกำลังคนที่ลงไปช่วยเพื่อให้โรงเรียนกลับมาเหมือนเดิม หรือดีกว่าเดิม ดังนั้นอาจจะต้องระดมนักศึกษาอาชีวะ จิตอาสาเข้าไปช่วย และประเด็นที่สำคัญคือ หลังจากเปิดเรียนแล้วต้องมีการติดตาม ช่วยเหลือเด็กกลุ่มยากจนในโรงเรียนขนาดเล็ก โดยจะทำอย่างไรที่นอกจากระดมความช่วยเหลือแล้ว จะมี Mobile School มีครูอาสา อาสาสมัครลงไปช่วยเด็กเหล่านี้ด้วย นอกจากนี้ต้องดูเรื่องขวัญกำลังใจให้ครูด้วย เช่น การทำบ้านพักครูให้ดี พร้อมกับช่วยหาอาชีพให้กับพ่อแม่เด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาสังคมเกิด
นายสมพงษ์กล่าวว่า ระยะแรกมองว่า ที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาจัดสรรงบกลาง ปี 2568 เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูหน่วยงานสถานศึกษา กรอบวงเงิน 249 ล้านบาท น่าจะพอช่วงได้ แต่เมื่อเทียบความเสียหายในระยะกลาง และระยะยาวแล้ว อาจจะหนักกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อีก เพราะครอบครัวไม่มีที่อยู่อาศัย เศรษฐกิจในบริเวณนั้นล่มสลายเงินเก็บไม่มี มีแต่หนี้สินเพิ่ม อาชีพหาย ไม่มียานพาหนะ


