อธิการจุฬาฯ โชว์วิชั่น ‘AI University’ เร่งพัฒนาการศึกษา สร้างพลเมืองโลก
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ เรือนจุฬานฤมิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายวิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ พร้อมผู้บริหาร ร่วมงานชวนสื่อ จิบน้ำชายามบ่าย โดยนายวิเลิศ กล่าวว่า มีคำถามมากมายว่าต่อไปมหาวิทยาลัยจะอยู่รอดหรือไม่ เพราะมีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอเข้ามาทดแทน ซึ่งตนยืนยันว่าเอไอ ไม่สามารถเข้ามาแทนได้ทุกอย่าง บทบาทของการเข้าใจคน บทบาทของการถ่ายทอด สื่อสารยังต้องเป็นหลัก แต่เลี่ยงไม่ได้ว่า เพราะเราอยู่ในโลกเทคโนโลยี ที่ยังคงต้องใช้เอไอเป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอน หลายอาชีพถูกทดแทนด้วยเอไอ แต่ทุกอาชีพต้องมีคนประกอบ และใช้เอไอควบคู่กันไป บทบาทของมหาวิทยาลัยวันนี้ไม่ใช่เรื่องการศึกษา แต่เป็นเรื่องการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในประเทศ ให้สามารถสู้กับต่างชาติ การศึกษา ไม่ได้เป็นเรื่องการเรียนการสอนในประเทศ มหาวิทยาลัยจะเป็นมากกว่าซอฟต์พาวเวอร์ ดึงชาวต่างชาติเข้ามาเรียนในประเทศไทย สร้างรายได้ เป็นพลังมหาศาล โดยอาศัยการศึกษาเป็นตัวขับเคลื่อน เอไอเป็นตัวเสริม เพื่อบอกประชาคมชาวโลกว่าเรามีคุณภาพทัดเทียมกับมหาวิทยาลัยระดับโลก โดยอยากเปิดพื้นที่จุฬาฯ เพื่อทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นภายใต้ยุทธศาสตร์ “Chula Power of Togetherness” ที่มุ่งเน้นการเติบโตของจุฬาฯ ในทุกมิติ โดยมีนิสิตเป็นศูนย์กลาง ขับเคลื่อนจุฬาฯ สู่การเป็น “AI University” และการเป็น AI Hub ของภูมิภาคอาเซียน
“มหาวิทยาลัยจะต้องทำให้เห็นว่า ไม่มีอะไรมาแทนที่ได้ โดยต้องปรับตัวไม่ใช่แค่ให้ความรู้ แต่ต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่สร้างความฉลาดรู้ สร้างสิ่งที่จะติดตัวนิสิตไปตลอดชีวิต นั่นคือ สกิลต่าง ๆ ในการเข้าใจโลก เข้าใจการใช้ชีวิต ทั้ง การทำงาน การแก้ปัญหาต่างๆ ฯลฯ รวมถึงต้องการให้นิสิตของจุฬาฯ เป็นพลเมืองโลก ไม่ใช่แค่ประชาชนของคนไทย ส่วนเอไอให้เป็นเพียงเครื่องมือเสริม ไม่ใช่เครื่องมือหลัก เพราะโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา การต่อต้านเอไอจึงไร้ประโยชน์แต่การเรียนรู้ว่า จะใช้เอไออย่างไรจึงจะเป็นคุณประโยชน์อย่างมาก เพราะฉะนั้น “AI University” จึงเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ สร้างความเข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลง วันนี้จุฬาฯ ไม่ก้าวตามโลก แต่ต้องก้าวนำโลก สร้างคนเป็นครีเอเตอร์ สร้างนวัตกรรมให้ชาวต่างชาติมาใช้ของเรา “อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว
นายวิเลิศ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ จุฬาฯ เติบโตไปข้างหน้า จับมือกับองค์กรระดับโลก มีงานวิจัยระดับนานาชาติ และบริษัทระดับโลก โดยวางวิสัยทัศน์ให้จุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยระดับโลกที่คนต่างชาตินึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ก้าวสู่ความเป็น Global ThaiUniversity และที่สำคัญต้องลงสู่ชุมชนมากขึ้น เมื่อสังคมมีปัญหา จุฬาฯ ต้องมีคำตอบ ทั้งหมดนิสิต จะต้องมีส่วนร่วม ทั้งนี้ในการโกอินเตอร์ นิสิตจะได้ฝึกพูดภาษาอังกฤษ อนาคต หลักสูตรภาษาไทยจะดร็อปลง หลักสูตรอินเตอร์จะเพิ่มมากขึ้น และหากอธิการบดีจุฬาฯ คนต่อไปเห็นด้วยก็จะเดินตามเส้นทางนี้ อย่างต่อเนื่อง
“ความพร้อมของจุฬาฯ ที่มีคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา อาทิ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ และคณะเศรษฐศาสตร์ พร้อมผลักดันการตั้ง Chulalongkorn AI Institute หรือสถาบันปัญญาประดิษฐ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสนับสนุนการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ที่ตอบโจทย์สังคมยุคดิจิทัล และเตรียมความพร้อมให้นิสิตมีทักษะและความรู้ด้าน AI และตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป จะเข้ารับตำแหน่งประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) โดยตั้งเป้าหมายในการสร้างความร่วมมือระหว่างอธิการบดีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษาในประเทศไทยและยกระดับมาตรฐานการศึกษาของไทยสู่ระดับสากล”อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว

