นางพิรงรอง รามสูต รองอธิการบดีด้านสื่อสารบริการสังคมและพันธกิจสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาฯ จุฬาฯ ได้จัด “จุฬาฯ Expo 2017” ภายใต้แนวคิดหลัก “จุฬาฯ 100 ปี นวัตกรรม คิดทำเพื่อสังคม” ขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 มีนาคม ซึ่งเป็นงานที่รวบรวมองค์ความรู้ และสุดยอดนวัตกรรมที่จุฬาฯ คิด และทำเพื่อสังคม โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 โซน ได้แก่ สมาร์ท ซิตี้ เมืองนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี เฮลท์ ซิตี้ เมืองนวัตกรรมด้านสุขภาพ และฮิวแมน ซิตี้ เมืองความคิดด้านมนุษย์และสังคม นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยวันที่ 25 มีนาคม ได้ทูลเชิญสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพระสงฆ์อีก 108 รูปจากทั่วประเทศ ร่วมสวดพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทานอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ส่วนวันที่ 26 มีนาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ ทรงร่วมงานวันครบรอบ 100 ปี แห่งการสถาปนาจุฬาฯ และทรงเปิด “อุทยานจุฬาฯ 100 ปี” บนพื้นที่ 28 ไร่ เขตสวนหลวง-สามย่าน ระหว่างจุฬาฯ ซอย 9 ไปจนถึงถนนบรรทัดทอง ซึ่งถือเป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ โดยอุทยานแห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นที่หน่วงน้ำของเมือง มีแนวพื้นที่รับน้ำ และระบบระบายน้ำใต้ดิน ในอุทยานจุฬาฯ 100 ปี ยังมีพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้แห่งใหม่ โดยเบื้องต้นจะจัดนิทรรศการเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อจุฬาฯ นอกจากนี้ ยังพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมแห่งใหม่ พร้อมถนน 100 ปีจุฬาฯ ถนนสีเขียวที่ทอดยาวเชื่อมถนนพระราม 1 – พระราม 4 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงปลูกต้นไม้ 9 ต้น เพื่อเป็นสิริมงคล
“ในโอกาสครบ 100 ปีจุฬาฯ ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ของจุฬาฯ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพื้นที่สำหรับการศึกษา สร้างนวัตกรรม หรือสร้างบัณฑิตเท่านั้น แต่จะเปิดสู่สังคมด้วย” นางพิรงรองกล่าว
น.ส.นโม ดิษฐสกุล นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ และทูตจุฬาฯ Expo 2017 กล่าวว่า การจัดงาน จุฬาฯ Expo 2017 ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 15 โดย 14 ครั้งที่ผ่านมา ได้ใช้ชื่องานจุฬาฯ วิชาการ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักมองว่างานจุฬาฯ วิชาการ ก็คืองานจุฬาฯ Open House จัดสำหรับให้นักเรียนมาดูการเรียนการสอนในคณะต่างๆ แต่การจัดงาน จุฬาฯ Expo 2017 จะมีกิจกรรมทุกอย่าง โดยแบ่งเป็น 3 โซน ได้แก่ สมาร์ท ซิตี้ เมืองนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี เฮลท์ ซิตี้ เมืองนวัตกรรมด้านสุขภาพ และฮิวแมน ซิตี้ เมืองความคิดด้านมนุษย์และสังคม ซึ่งแต่ละคณะจะเข้าร่วมในการจัดกิจกรรมในแต่ละโซนร่วมกัน ไม่ได้จัดกิจกรรมแยกแต่ละคณะเหมือนในอดีต
น.ส.พริม เอื้อมพรวนิช คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และทูตนานาชาติ งานจุฬาฯ Expo 2017 กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายของงานี้ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. CU Family คือ กลุ่มนิสิตปัจจุบัน กลุ่มนิสิตเก่า เป็นต้น 2. CU Network คือกลุ่มองค์กร หรือสถาบัน ที่เกี่ยวข้องกับจุฬาฯ และ 3. CU Innovator คือกลุ่มนักลงทุนที่ต้องการนำนวัตกรรมต่างๆ ที่จุฬาฯ คิดค้นไปต่อยอด ซึ่งรวมถึงนักลงทุนชาวต่างชาติด้วย

