เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาทางวิชาการ ครั้งที่ 4 ภายใต้โครงการความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาไทย-จีน 210 สาขา โดยมี นายยศพลเวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้แทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย นายหลี่ จิ้นซง ประธาน บริษัท การศึกษานานาชาติ ถังฟง กรุ๊ป ผู้บริหารศธ. เข้าร่วม โดยพล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องทุนมนุษย์ เป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศ รัฐบาลมีการพัฒนาการศึกษาให้มีความยืดหยุ่นทั้งในและนอกระบบ และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วย เพื่อภาระ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษาของผู้เรียน มีการใช้ร่วมทั้งส่งเสริมให้เกิดการเรียนสองภาษา โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์หรือ เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา มุ่งเน้นการสอนทักษะที่สามารถใช้ได้ในชีวิตจริง และส่งเสริมการปฏิรูประบบอาชีวศึกษาและอุดมศึกษา ให้ตอบสนองต่อความต้องการแรงงานในอนาคต

”จากความร่วมมือดังกล่าว พบว่าทั้ง 2 ประเทศ ให้ความสำคัญด้านการจัดการศึกษาและพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาไทย-จีน โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อให้นักศึกษา เรียนรู้ มีทักษะ สมมรรถนะ ภาษา ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ฝึกประสบการณ์วิชาชีพเรียนรู้วัฒนธรรมทั้งในการทำงานและใช้ชีวิตในต่างประเทศ มีรายได้ระหว่างเรียนและมีงานทำเมื่อสำเร็จการศึกษาในสถานประกอบการไทย-จีน ปลายทางความสำเร็จของความร่วมมือด้านการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาไทย-จีน คือ เพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาให้ตรงตามความต้องการของสถานประกอบการไทย-จีน ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย-จีน“ พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว

ทั้งนี้ความร่วมมือระหว่าง ไทย-จีน ได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) พ.ศ.2567 (ทวิวุฒิไทย-จีน) จำนวน 18 สาขาวิชาและภาษาจีน พัฒนามาตรฐานการจัดการศึกษาอาชีวศึกษาทวิวุฒิ หลักสูตรดิจิทัล 20 รายวิชาและ 20 ภาษา ศูนย์ฝึกอบรมครูระดับชาติ 2 แห่ง ศูนย์การสร้างมาตรฐานและทรัพยากรอาชีวศึกษาไทย (สื่อดิจิทัล) 8 แห่ง ศูนย์โครงการทวิวุฒิรูปแบบ CCTE จำนวน 4 แห่ง และในอนาคตจะมีการพัฒนาหลักสูตรเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองต่อตลาดแรงงานในอนาคต โดยทั้งหมด เป็นความสำเร็จที่ตอบสนองต่อนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และความร่วมมือของไทย-จีน การจัดการสัมนาในครั้งนี้เป็นการสานสัมพันธ์เพื่อพัฒนาการศึกษาระหว่างประเทศให้พัฒนา ก้าวหน้าในอนาคต


