นิทานสุภาษิตจีนที่ “เรียนไทยได้จีน” จะนำเสนอในฉบับนี้คือ 百步穿杨/百步穿楊 bǎi bù chuān yánɡ (ไป่ ปู้ ชวน หยาง) โดย คำว่า百bǎi (ไป่) แปลว่า ร้อย จำนวนนับหนึ่งร้อย步bù (ปู้) แปลว่า ก้าว ก้าวย่าง 穿chuān (ชวน) แปลว่า ทะลุ杨/楊 yánɡ (หยาง) คำนี้ย่อมาจากคำว่า 杨柳/楊柳 yánɡ liǔ (หยางหลิ่ว) แปลว่า ต้นหลิว เมื่อรวมกันแล้วจะหมายถึง ระยะร้อยก้าวทะลุต้นหลิว เป็นสุภาษิตที่ใช้แสดงถึงความเป็นมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่ง ความสามารถอันเป็นเลิศ ความไร้เทียมทาน มาดูตัวอย่างจากนิทานสุภาษิตจีนนี้กัน
ครั้งหนึ่ง ที่รัฐฉิน秦国/秦國 Qín ɡuó (ฉินกั๋ว) มีแม่ทัพคนนามว่าไป๋ฉี่ 白起Bái Qǐ กองทัพภายใต้การนำของเขา ไม่เคยรบแพ้ใครเลย สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตัวเขายิ่ง และก็สร้างความมั่นคงและความแข็งแกร่งให้กับกองทัพของรัฐฉินด้วย เมื่อผู้ปกครองรัฐฉินเห็นว่าตนเองมีแม่ทัพที่เก่งกาจ มีกองทัพที่แข็งแกร่งเพียงนี้ จึงมักส่งกองทัพไปรุกรานรัฐเล็ก ๆ ที่อยู่รอบรัฐฉิน และก็ไม่สร้างความผิดหวังให้กับรัฐฉินเลย เมื่อมีความมั่นใจมาก ต่อมาผู้ครองรัฐฉินจึงสั่งไป๋ฉี่นำกองทัพไปรุกรานรัฐเว่ย 魏国/魏國 Wèi ɡuó (เว่ยกั๋ว) เมื่อรัฐเว่ยรู้ว่ากองทัพฉินยกมารุกราน จึงตกใจยิ่งนัก เพราะรู้ดีว่าศึกนี้ใหญ่หลวงนัก และตัวเองมีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ ระหว่างที่กำลังตกตะลึงกันอยู่นั้น ก็มีคนเสนอว่า ควรรีบนำเรื่องนี้ไปแจ้งต่อโอรสแห่งสวรรค์天子Tiānzǐ (เทียนจื่อ) แห่งราชวงศ์โจว 周朝Zhōu cháo (โจวเฉา) เพื่อให้พระองค์ตัดสิน ในยุคนั้นราชวงศ์โจวยังอยู่ โอรสสววรรค์ก็ยังครองอำนาจอยู่ แต่อำนาจในการบริหารแผ่นดินทั้งหมดกลับตกไปอยู่ในกำมือของเหล่าผู้ครองนครรัฐต่าง ๆ โอรสแห่งสวรรค์จึงเป็นเพียงแค่ผู้มีอำนาจในนามเท่านั้น เมื่อคนรัฐเว่ยมาปรึกษาโอรสสวรรค์ พร้อมทั้งชี้ให้ให้ถึงผลเสียหากรัฐฉินยึดครองรัฐเว่ยได้ จนโอรสแห่งสวรรค์ต้องระดมสรรพคน และในที่ประชุมได้ข้อตกลงคือ ให้ส่งคนไปเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้กับแม่ทัพไป๋ฉี่ฟัง เมื่อตัวแทนคนนี้ไปพบไป๋ฉี่แล้ว ก็เล่านิทานตามที่ได้เตรียมมาให้ฟัง
ครั้งหนึ่งมีชายคนหนึ่งนามว่าหย่างโหยวจี养由基/養由基 Yǎng Yóujī เขามุ่งมั่นตั้งใจฝึกฝนการยิงธนูตั้งแต่เล็กจนโต นับเป็นสุดยอดฝีมือคนหนึ่ง วันหนึ่งมีคนมาท้าทายเขายิงธนู เขาทั้งคู่จึงตกลงนัดหมายวันและสถานที่ไว้ เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไป ผู้คนทั่วสารทิศก็มาชมการแข่งขันในวันนั้นด้วย เมื่อวันกำหนดมาถึง ทั้งคู่จึงแข่งกันยิงเป้า โดยมีระยะยิงห่างจากเป้า ห้าสิบก้าว ผู้ท้าทายยิงก่อน และก็ยิงเข้าเป้าทุกดอก หย่างโหยวจีไม่ได้ยิงเป้าที่กำหนดนั้น เขาหันไปมองรอบ ๆ บริเวณ แล้วเขาก็ชี้ไปที่ต้นหลิวต้นหนึ่ง พร้อมบอกว่า เป้ายิงห้าสิบก้าวนั้นมันไม่ท้าทายพอ ข้าขอยิงเป้าเป็นใบหลิวต้นนั้น แล้วให้คนไปทำสัญลักษณ์บนใบหลิวใบหนึ่ง จากนั้นเขาก็ยิงใบหลิวนั้นโดนอย่างแม่นยำ ผู้คนต่างปรบมือชื่นชม ผู้ท้าทายไม่ยอม เขาคิดว่าระยะไกลและเป้าเล็กขนาดนั้น หย่างโหยวจียิงโดนได้อาจเป็นเพราะความบังเอิญเสียมากกว่า ว่าแล้วเขาก็หยิบพู่กันมา แล้วเดินไปที่ต้นหลิวนั้น พร้อมทำสัญลักษณ์ขึ้นมาสามใบ แล้วขอให้หย่างโหยวจียิงให้โดนใบหลิวทั้งสามใบนี้ เขาจึงจะยอมแพ้ หย่างโหยวจีก็ไม่ได้ทำให้ทุกคนผิดหวัง เขายิงทะลุใบหลิวที่กำหนดไว้ทั้งสามใบได้อย่างแม่นยำ ผู้คนทั้งหมดต่างปรบมือ
![]()
(ที่มาภาพ https://image.baidu.com/search/detail?ct)
แสดงความชื่นชมความสามารถของเขา ระหว่างที่หย่างโหยวจีกำลังดีใจกับผลงานอยู่นั้น ก็มีชายคนหนึ่งพูดขึ้นว่า ถึงคราว
แล้วที่เขาจะรับหย่างโหยวจีมาอบรมสั่งสอน หย่างโหยวจีได้ยินก็รู้สึกเดือดดาลยิ่งนัก จึงถามชายคนนั้นว่า ท่านจะเอาอะไรมาสั่งสอนข้าหรือ ก่อนสอนเรามาแข่งกันก่อนไหม ไว้ชนะข้าได้แล้วค่อยมาสั่งสอนข้า ชายคนนั้นพูดว่า ถ้าแข่งยิงธนูนั้น ข้าย่อมไม่อาจเทียบเจ้าได้ แต่ข้ามาเพื่อจะเตือนสติเจ้าว่า กว่าที่จะเจ้าจะมีฝีมือได้ถึงขั้นนี้ เจ้าคงต้องใช้เวลาและทุ่มเทไปกับการฝึกขนาดไหน และสักวันหนึ่งหากท่านหมดแรง และยิงธนูพลาดไป ชื่อเสียงทั้งหมดทั้งมวลที่สร้างมามันจะไม่มลายหายไปในพริบตาด้วยหรือ และท่านคิดว่าจะรักษาชื่อเสียงนี้ไปได้อีกนานเท่าไรกัน
เมื่อนิทานนี้เล่าจบ แม่ทัพไป๋ฉี่ก็คิดได้ทันที ตนเองทำศึกมาจนมีชื่อเสียง ซึ่งหากวันหนึ่งพบกับความผิดพลาดพ่ายแพ้ขึ้นมาแล้ว ตนเองก็คงสิ้นชื่อไปด้วยเช่นกัน มิสู้รักษาชื่อเสียงให้อยู่นาน ๆ เมื่อคิดได้ดังนั้น จึงทำหนังสือแจ้งเจ้านายที่รัฐฉิน อ้างว่าเจ็บป่วยหนัก ขอถอนทัพกลับ ศึกครั้งนี้จึงจบลงด้วยนิทานเพียงหนึ่งเรื่อง
ข้อคิดจากประโยคสุภาษิตนี้
成语比喻:很有本事。
成語比喻:很有本事。
Chénɡyǔ bǐyù:Hěn yǒu běnshì.
เฉิงยหวี่ ปี่ยวี่: เหิน โหย่ว เปิ่น ฉื้อ.
สุภาษิตเปรียบว่า มีความสามารถมาก
ประโยคตัวอย่างที่ใช้สำนวนสุภาษิตนี้ เช่น
经过苦练,结果他有了百步穿杨的功夫,真是了不起。
經過苦練,結果他有了百步穿楊的功夫,真是了不起。
Jīnɡɡuò kǔ liàn, jiéɡuǒ tā yǒu liǎo bǎibùchuānyánɡ de ɡōnɡfū, zhēnshi liǎobùqǐ.
จิงกั้ว ขู่เลี่ยน, เจียกั่ว ทา โหย่ว เลอะ ไป่ปู้ชวนหยาง เตอะ กงฟู เจินฉื้อ เหลียวปู้ฉี่.
หลังผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ในที่สุดเขาก็มีทักษะอันเชี่ยวชาญยิ่ง ช่างน่าชื่นชมจริง
