นักวิชาการ ชี้ การศึกษา เกาะกูด สอนเด็กไม่แบ่งแยก เจอการเมืองปั่นกระแส แนะฟังคนพื้นที่

12.11.24 | 14:22 น.
เกาะกูด

นักวิชาการ ชี้การศึกษา เกาะกูด สอนเด็กไม่แบ่งแยก เจอการเมืองปั่นกระแส แนะพิจารณารอบคอบ-ฟังคนพื้นที่

เกาะกูด – เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดงาน “ธนาคารโอกาส และถนนครูเดิน ครั้งที่ 3” ภาคตะวันออก และร่วมเป็นวิทยากรงานเวทีเสวนาเพื่อเคลื่อนขบวนความร่วมมือ “All for Education – Education for All : การกระจายทรัพยากรการศึกษาเพื่อโรงเรียนพื้นที่ห่างไกล” ที่ จ.ตราด ได้รับเสียงสะท้อนในพื้นที่เกี่ยวกับประเด็น “เกาะกูด” มาจำนวนมาก

ซึ่งคนในพื้นที่เห็นตรงกันว่าการปลุกกระแสชาตินิยม ไม่เหมาะสม เพราะคนในพื้นที่อยู่กันแบบเครือญาติ เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนกัน และอยู่กันอย่างปกติสุข แต่กลับมีนักการเมืองฝ่ายค้านบางพรรค ไปปั่นกระแสโดยขาดความรับผิดชอบ ไม่คำนึงผลที่เกิดขึ้น ว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจฐานรากจังหวัดตราด ภายใต้ 3 กลุ่มงาน ได้แก่ เกษตรการประมงแปรรูป ค้าขายชายแดน และท่องเที่ยวโดยชุมชน

นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนได้พบกับผู้อำนวยการโรงเรียนเกาะกูด ซึ่งผู้อำนวยการเล่าว่า การศึกษาในจังหวัด ถึงแม้จะอยู่ติดชายแดน มีเกาะ มีโรงเรียนขนาดเล็กจำนวนมาก แต่เศรษฐกิจในจังหวัดดี จึงทำให้มีเด็กเสี่ยงหลุดจากระบบประมาณ 6,000 คน แบ่งเป็น ออกนอกระบบ 5,003 คน และเด็กยากจน 852 คน ซึ่งมองว่าจะสามารถดึงเด็กเหล่านี้กลับเข้าระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นได้ไม่ยาก

นอกจากนี้พบว่า จังหวัดตราดมีจุดแข็งด้านการศึกษา โดยเฉพาะเกาะกูด พบว่าในโรงเรียนประถมศึกษา 3 แห่ง และโรงเรียนมัธยมศึกษา 1 แห่ง ประมาณ 50% เป็นเด็กนานาชาติ ที่มาจาก กัมพูชา เมียนมา และลาว ซึ่งถือว่าเป็นพหุวัฒนธรรมอย่างแท้จริง เด็กเหล่านี้เรียนรู้ร่วมกับเด็กไทยโดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นคนชาติไหน เรียกได้ว่าสัมพันธภาพระหว่างชายแดนเป็นเรื่องที่การศึกษาไทยโดดเด่นมาก อย่างรัฐมนตรีด้านการศึกษาของกัมพูชา ก็จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพราะเขามองว่าเมื่อมาเรียนในไทย ก็เหมือนไปเรียนในต่างประเทศและมองว่าเป็นโอกาสที่จะได้รับการศึกษาที่ดี

“การเรียนในจังหวัดตราด เป็นลักษณะกลุ่มคละ เป็นเด็กนานาชาติที่เรียนร่วมกับเด็กไทย เด็กเหล่านี้ไม่มีความรู้สึกแตกต่าง แบ่งแยก ไม่มีการเหยียดเชื้อชาติ ผมคิดว่าเรากำลังทำเรื่องที่ไม่ค่อยเหมาะสมกับประเทศเพื่อนบ้าน ฝ่ายการเมืองต้องพิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบคอบ ไม่ใช่แค่ต้องการกระแส ต้องการประเด็น ต้องการให้ตนเป็นข่าว แต่ขาดความรับผิดชอบ ขาดการคำนึงถึงคนในพื้นที่ว่า อาจจะเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อกัน ผมมองว่าจริยธรรมทางการเมืองบางพรรคนั้นต่ำมาก ต้องพิจารณาตนเองว่าทำเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?” นายสมพงษ์กล่าว

Advertisement

นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังพบปัญหาที่ครูบรรจุใหม่ย้ายบ่อยมาก เมื่อบรรจุถึง 2 ปี ก็ทำเรื่องขอย้าย ทำให้ไม่ค่อยมีจิตใจที่จะอยู่ติดพื้นที่ หรือสอนหนังสือเพื่อเด็ก ซึ่งผู้บริหารสะท้อนว่ากว่าจะสร้างหรือปั้นครูให้เข้าที่เข้าทาง กลับต้องมาเจอขอย้ายอีกแล้ว และยังพบมีครูที่บรรจุใหม่ถูกมอบหมายให้มาสอนในพื้นที่ ก็ขอสละสิทธิ เพราะทนสภาพห่างไกล และค่าครองชีพที่สูงเป็น 2 เท่าไม่ไหว แม้ครูที่บรรจุในโรงเรียน Stand Alone คือ โรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร พื้นที่สูง บนเกาะ จะได้เงินท็อปอัพก็ตาม แต่จำนวนเงินที่ได้มาไม่สมเหตุสมผลกับชีวิตความเป็นอยู่ของครู ดังนั้น โรงเรียน Stand Alone ประมาณ 1,500 แห่ง จะเจอปัญหานี้ คือ ครูจะขอย้ายทุก 2 ปี และกว่าจะบรรจุครูเข้าไปใหม่ ทำให้เด็กต้องรออีกหลายเดือน ทำให้เด็กเหล่านี้เสี่ยงที่จะด้อยคุณภาพ ขาดแคลนครู ขาดแคลนสื่อการสอนจำนวนมาก ส่วนกลางควรจะหาทางช่วยเรื่องครูในโรงเรียนเหล่านี้ด้วย เช่น การบรรจุครูในพื้นที่ห่างไกล ให้เป็นครูจากทุนครูรัก (ษ์) ถิ่น หรือคัดเลือกคนในพื้นที่มาเรียนครูและบรรจุกลับเข้าพื้นที่ เป็นต้น ตนพบครูที่อยู่ในพื้นที่เล่าประสบการณ์เคยเจอครูที่สอนดี แต่กลับย้ายไปโดยไม่ร่ำลาเด็ก ทำให้รู้สึกสูญเสีย จึงมุ่งมั่นที่จะเรียนครูเพื่อกลับมาสอนบ้านเกิดและจะไม่ย้ายไปไหนอีก

“การศึกษาในจังหวัดตราดยังดี โรงเรียนกำลังทำหน้าที่ปูพื้นฐาน สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพรมแดน ซึ่งคนในท้องถิ่นไม่เข้าใจว่าทำไมการเมืองระดับประเทศถึงขับเคลื่อนโดยที่ไม่รู้ข้อเท็จจริงในพื้นที่ ทำให้เกิดความบาดหมางทางรู้สึกกับประเทศเพื่อนบ้าน การศึกษากำลังทำหน้าที่ได้ดี แต่นักการเมืองกำลังทำลายบรรยากาศ และความสัมพันธ์ในเรื่องวัฒนธรรม การทำมาค้าขายของชายแดน” นายสมพงษ์กล่าว