อว.เร่งผลักดันโครงการแลกเปลี่ยนน.ศ.-นักวิจัยไทย-อิตาลี

15.11.24 | 13:01 น.

อว.เร่งผลักดันโครงการแลกเปลี่ยนน.ศ.-นักวิจัยไทย-อิตาลี

เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการประชุมระดับรัฐมนตรีด้านพลังงานฟิวชั่น ซึ่งจัดโดยรัฐบาลสาธารณรัฐอิตาลีและทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ระหว่างวันที่ 4-9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญในการแลกเปลี่ยนแนวคิดและวิสัยทัศน์ในการพัฒนาพลังงานฟิวชั่นเชิงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายที่จะพัฒนาแหล่งพลังงานสะอาดที่ยั่งยืน สามารถตอบโจทย์ความต้องการพลังงานของโลกและเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว โดยมีรัฐมนตรีและผู้แทนระดับสูงจากกว่า 30 ประเทศ รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศและภาคเอกชน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจและความร่วมมือในระดับโลกที่มีต่อพลังงานฟิวชั่น

น.ส.ศุภมาสกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ยังได้มีการประชุมหารือกับทีมไทยแลนด์ที่นั่น นำโดยนายพุทธพร อิ้วตกส้าน เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโรม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ระหว่างไทยและอิตาลี โดยหนึ่งในหัวข้อหลักที่ได้หารือร่วมกันคือการส่งเสริมโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาและนักวิจัยระหว่างมหาวิทยาลัยของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยไทยได้สัมผัสประสบการณ์ในสถาบันการศึกษาชั้นนำของอิตาลี อีกทั้งยังได้เรียนรู้จากระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานสูงและทันสมัยของยุโรป โดยมีแผนสนับสนุนทุนการศึกษาและโครงการฝึกอบรมที่เน้นเสริมทักษะเชิงวิชาการและการวิจัยในสาขาที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมและสังคมของไทย เช่น วิทยาศาสตร์ด้านพลังงานและนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีการแพทย์ การร่วมมือเหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้บุคลากรไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดงานระดับนานาชาติ และยังเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศในระยะยาว

รัฐมนตรีว่าการ อว.กล่าวต่อว่า ขณะที่ในด้านการวิจัยและนวัตกรรม ได้หารือถึงแนวทางในการพัฒนาโครงการวิจัยร่วมที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาและความท้าทายระดับโลก อาทิ การพัฒนาพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสอดคล้องกับเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสร้างความมั่นคงทางอาหารที่มีคุณภาพเพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น และการพัฒนานวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพ ซึ่งจะตอบสนองความต้องการของผู้คนในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและการใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) มาประยุกต์ใช้เพื่อให้การดูแลสุขภาพมีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น นอกจากนี้ การหารือยังครอบคลุมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมในระดับภูมิภาคยุโรป เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัย และสนับสนุนให้บุคลากรด้านวิจัยของไทยได้ทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับโลกผ่านการฝึกอบรมและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในระดับนานาชาติ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมให้กับประเทศไทยในระยะยาว

“การสร้างความร่วมมือกับอิตาลีในด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ไม่เพียงแต่จะเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรไทยในการแข่งขันระดับสากล แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในอนาคต ด้วยการสร้างโอกาสให้นักศึกษาและนักวิจัยไทยได้เข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ความร่วมมือนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นศูนย์กลางทางวิทยาศาสตร์และการศึกษาของภูมิภาคในระยะยาว การเยือนอิตาลีในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอิตาลีแล้ว ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และการศึกษาที่มั่นคง ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของทั้งสองประเทศในอนาคต“  น.ส.ศุภมาสกล่าว

Advertisement