น้ำพระทัย ‘พระองค์ภา’ สู่…ผู้ต้องขังหญิงหลากชาติพันธุ์

9.03.17 | 16:48 น.

“ทั้งที่เป็นเรือนจำขนาดเล็ก มีระยะทางค่อนข้างไกล เป็นจังหวัดที่มีเขตติดต่อกับชายแดนเพื่อนบ้าน แต่ด้วยพระวิสัยทัศน์ของฝ่าพระบาทที่ทรงมองเห็นถึงความหลากหลายของชาติพันธุ์ ซึ่งน่าจะเป็นปัญหาต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิง จึงได้สนับสนุนให้จัดทำกิจกรรมต่างๆ ที่สอดคล้องกับความหลากหลายของชาติพันธุ์ รวมทั้งการฝึกอาชีพเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว และทำให้ผู้กระทำผิดไม่กลับมากระทำผิดซ้ำอีก”

พระองค์ภา1

เป็นคำกล่าวตอนหนึ่งของ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ในโอกาสที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จไปทรงเปิดโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำอำเภอแม่สอด จ.ตาก ภายใต้กิจกรรม “ฮักเฮือนจำ แม่ฉอด” โดยเป็นเรือนจำ/ทัณฑสถานหญิงแห่งที่ 16 ของการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ โดยมี นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัด ยธ. ผู้บริหารและข้าราชการ ยธ.เฝ้าฯ รับเสด็จเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เรือนจำอำเภอแม่สอด เป็นเรือนจำอำเภอที่ควบคุมผู้ต้องขังชายและหญิงที่มีโทษไม่เกิน 10 ปี เป็นเรือนจำที่ติดชายแดนเมียนมา จึงมีผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงเชื้อชาติพม่ากว่าครึ่ง อาทิ กะเหรี่ยง ม้ง เป็นต้น ส่วนใหญ่กระทำผิดเกี่ยวกับคดียาเสพติด คดีปลอมแปลงเอกสาร และคดีเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยปัญหาหลักคือ การสื่อสารและการศึกษาซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยตัว

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงทราบถึงข้อจำกัดและสภาพความเป็นอยู่ของเรือนจำ จึงได้ประทานคำแนะนำให้จัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการโดยเน้นไปที่ผู้ต้องขังหญิงซึ่งเรือนจำแห่งนี้มีผู้ต้องขังหญิง 120 คน แบ่งเป็นชาวไทย 59 คน และชาวพม่าและชนเผ่า 61 คน โครงการกำลังใจฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดกิจกรรมที่สร้างความเข้มแข็งทางจิตใจให้กับผู้ต้องขังหญิงโดยมีกลุ่มจิมมี่เดอะโค้ช (Jimi the Coach Group-JTCG) ซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสา เข้ามาจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะไลฟ์โค้ชให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำ นับเป็นกิจกรรมที่พัฒนาทักษะการใช้ชีวิตเพื่อให้ดำรงตนอย่างเข้มแข็ง เคารพในคุณค่าและศักยภาพตัวเอง เน้นการอภัยให้ตนเองและรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับปัจจุบัน นอกจากนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังประทานคำแนะนำให้สอนหนังสือแก่ผู้ต้องขังชาวพม่าที่ไม่รู้หนังสือซึ่งอาจเป็นเหยื่อของการเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้โดยง่าย ทรงให้จัดทำคู่มือการใช้ชีวิตในเรือนจำที่ประกอบด้วยสิทธิของผู้ต้องขังเบื้องต้นและข้อมูลที่ควรรู้เมื่อต้องใช้ชีวิตในเรือนจำเป็น 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาพม่า และภาษาอังกฤษ อีกทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ด้วยตนเองด้วยการให้หน่วยงานและบุคลากรภายนอกเข้ามาจัดมุมหนังสือ รวมทั้งจัดหาหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาพม่าเพื่อให้ผู้ต้องขังที่อ่านหนังสือได้ มีหนังสือเพื่อแสวงหาความรู้และเพื่อผ่อนคลายความเครียด ตลอดจนมีการฝึกทักษะด้านอาชีพ อาทิ การปักผ้า สอนอาหารคลีน สอนศาสตร์พยากรณ์ไพ่ยิปซี สอนการชงกาแฟและทำเบเกอรี่ สอนการฝึกดูแลผู้สูงวัย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ต้องขัง 1 รายพ้นโทษและได้ออกไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชน มีรายได้เป็นของตนเองจากการฝึกวิชาชีพนี้ในเรือนจำแห่งนี้

Advertisement

พระองค์ภา2

ในโอกาสนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเปิดร้าน “ฉอดคาเฟ่” กาแฟและเบเกอรี่ โดยได้ประทานเครื่องชงกาแฟให้กับร้านแห่งนี้ด้วย เพื่อสนับสนุนให้เป็นสถานที่ฝึกฝนตนเองก่อนที่จะกลับสู่สังคม และที่สำคัญได้ประทานทุนจากกองทุนกำลังใจฯให้กับ นพ.อภินันท์ อร่ามรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จำนวน 1 แสนบาท เพื่อเป็นทุนตั้งต้นสำหรับการจัดตั้งกองทุนในการช่วยเหลือผู้ต้องขังในอนาคตต่อไป เป็นการตอกย้ำถึงความใส่พระทัยในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในการที่จะพยายามให้ผู้ต้องขังที่พ้นโทษไปแล้ว ได้มีอาชีพที่สุจริต

และช่วงท้ายๆ ของงาน ผู้ต้องขังชายและหญิง ได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกันผ่านการรำและการแสดงในชุดต่างๆ ได้แก่ การตีกลองสะบัดช่อ ซอพม่า รำพม่า น้อยใจยา ค้างคาวกินกล้วย และชุดใกล้รุ่ง โดยผู้ต้องขังหญิงเล่นดนตรีไทย ส่วนผู้ต้องขังชายเล่นดนตรีสากล เป็นการผสมผสานที่กลมกลืน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอาชีพทางด้านดนตรีให้ผู้ต้องขังได้มีอาชีพติดตัวเมื่อพ้นโทษ ปิดท้ายกิจกรรมโดย กุ้ง สุธิราช และ วิรดา วงศ์เทวัญ มาร้องเพลงสร้างความสนุกสนานและสร้างกำลังใจให้แก่ผู้ต้องขัง

พระองค์ภา3

พระองค์ภา5

พระองค์ภา6

ด้าน นพ.อภินันท์ กล่าวถึงเงินทุนที่ได้รับประทานจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ว่า ถือเป็นโอกาสดีของผู้พ้นโทษโดยเฉพาะจากเรือนจำเปิดที่เป็นโครงการในพระพระดำริฯ ที่จะได้รับเงินทุน เพราะบางคนอาจมีโอกาสไม่เท่าคนอื่น จึงจำเป็นต้องมีเงินเริ่มต้น จริงๆ แล้วทางกรมราชทัณฑ์และทางจังหวัดมีเงินทุนสนับสนุนให้ แต่อาจไม่ทั่วถึง เมื่อพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงทราบถึงความก้าวหน้าที่ศูนย์ดำเนินการ จึงได้ประทานเงิน ส่วนตัวดีใจมาก ตั้งใจจะใช้เป็นเงินตั้งต้นและจะระดมเงินเข้ากองทุน จะหารือกับคณะแพทยศาสตร์ มช.และมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอกเพื่อระดมเงินมาสมทบ

นายนฤเบศ สมฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรม สถาพรบุ๊คส์ กล่าวว่า ในส่วนของสถาพรบุ๊คส์ เข้ามาช่วยเรือนจำผ่านโครงการ SPB Sharing ซึ่งเป็นโครงการที่สถาพรบุ๊คส์

ร่วมกับโครงการกำลังใจฯ จัดหาหนังสือเข้าไปจัดมุม “กำลังใจ” ให้กับผู้ต้องขัง สถาพรบุ๊คส์ดำเนินการมา 3 ปีแล้ว สำหรับเรือนจำอำเภอแม่สอด เราคัดหนังสือที่สอดคล้องกับผู้ต้องขังหญิงในพื้นที่นี้ คือ จัดหาหนังสือสร้างงานสร้างอาชีพ หมวดเพชรการเรือน รวมถึงนวนิยายชุดรักห่มฟ้า มาให้ผู้ต้องขังหญิงได้อ่าน หวังว่าจะได้รับประโยชน์และความเพลิดเพลิน

ราตรี (สงวนสกุล) อายุ 38 ปี ชาวพม่า กล่าวว่า ตนติดคุกคดียาเสพติดเนื่องจากรับผิดแทนมารดา เพื่อนเอายาเสพติดมาเก็บไว้ที่บ้าน ตำรวจมาค้นเจอซึ่งตอนนั้นแม่อยู่บ้านคนเดียว ตนจึงรับผิดแทน ก่อนเข้าเรือนจำ ตนพูดภาษาไทยได้เท่านั้น แต่อ่านและเขียนไม่ได้ แต่พอเข้ามาในเรือนจำแล้ว ได้เรียนคู่มือ 3 ภาษา จนตอนนี้เขียนชื่อตัวเองและชื่อของพ่อแม่ได้ ที่นี่สอนให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ทำให้เห็นคุณค่าและรู้จักให้อภัยตนเอง

ยุวันดา (สงวนสกุล) อายุ 36 ปี ชาวไทย กล่าวว่า ติดคุกข้อหาครอบครองยาเสพติด 47 เม็ด โทษ 3 ปี ตอนนี้ติดคุกมาแล้ว 1 ปี 11 เดือน อยู่ที่นี่ได้ฝึกอาชีพจากหนังสืองานฝีมือ ตั้งใจว่าพ้นโทษไปแล้ว จะยึดการเย็บปักถักร้อยเป็นอาชีพ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเพราะปัญหาครอบครัวและฐานะยากจน ถ้าพ้นโทษออกไปแล้ว อยากให้สังคมยอมรับและให้โอกาสซึ่งขอสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก

การได้รับโอกาส คือ “อนาคต” ของคนกลุ่มนี้ และตอนนี้พวกเขาเหล่านั้นกำลังรอรับโอกาสนั้นจากสังคม…

กุ้ง

กุ้ง 77

3ภาษา