ลุ้น ‘ดีอี’ เคาะแจกโน้ตบุ๊ก-แท็บเล็ต เร่งกำหนดสเปก นำร่อง ‘ม.ปลาย’ คาดทดลองใช้ ม.ค.68

18.11.24 | 09:00 น.

ลุ้น‘ดีอี’เคาะแจกโน้ตบุ๊ก-แท็บเล็ต เร่งกำหนดสเปก นำร่อง‘ม.ปลาย’คาดทดลองใช้ ม.ค.68

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการจัดทำเนื้อหาและแพลตฟอร์มการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ตามนโยบายเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime ของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำเนื้อหาการเรียนรู้และแพลตฟอร์มเพื่อนำไปทดลองใช้ในระยะที่ 1 โดยจะนำร่องในส่วนของเนื้อหาการเรียนการสอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากได้รับการจัดสรรงบในจำนวนจำกัด เพียงพอสำหรับการจัดทำเนื้อหาการเรียนรู้เฉพาะระดับ ม.ปลายเท่านั้น

“สำหรับการจัดทำแพลตฟอร์มที่จะนำมาทดลองใช้ในระยะที่ 1 ดำเนินการไปแล้วกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะสามารถทดลองใช้ได้ภายในเดือนมกราคม 2568 ซึ่งในแพลตฟอร์มจะมีเนื้อหาครบทุกกลุ่มสาระวิชาให้เลือกเรียนได้ตามความสนใจ หลังจากเริ่มทดลองใช้ระยะที่ 1 แล้ว จะนำข้อดีข้อเสีย มาพิจารณาเพื่อปรับปรุงระบบ จากนั้นจะเริ่มดำเนินการระยะที่ 2 คือ การจัดทำร่างขอบเขตงานและเงื่อนของโครงการ หรือ ทีโออาร์ เพื่อผลิตโมเดลที่วางแผนไว้ต่อ รวมไปถึงผลิตเนื้อหาการเรียนการสอนของกลุ่ม ม.ปลายเพิ่มเติม โดยมีที่ปรึกษาในการจัดทำทีโออาร์ในครั้งนี้คือมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)” นายสิริพงศ์กล่าว

นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า สำหรับความคืบหน้าการจัดซื้ออุปกรณ์นั้น ในขณะนี้อยู่ระหว่างการขอกำหนดคุณสมบัติ หรือสเปกของอุปกรณ์กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อให้ได้สเปกที่มีความเหมาะสมกับนักเรียน และเกิดความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ในการดำเนินการมากที่สุด ซึ่งดีอีกำลังพิจารณาความเหมาะสมของอุปกรณ์ที่จะแจกนักเรียนว่าควรจะเป็นโน้ตบุ๊ก หรือแท็บเล็ต เบื้องต้น ศธ.ได้เสนอว่าอุปกรณ์ต้องมีระบบสัมผัสหน้าจอ สามารถใส่ซิมการ์ด เชื่อมต่อแป้นพิมพ์ได้ ขณะเดียวกันได้เสนอข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ Cloud Service หรือบริการคลาวด์ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์แบบเครือข่ายออนไลน์ ตั้งแต่การให้บริการการจัดเก็บข้อมูล, บริการซอฟต์แวร์และแหล่งทรัพยากรคอมพิวเตอร์ผ่านอินเตอร์เน็ตให้กับดีอีเพื่อพิจารณาประกอบการจัดซื้อด้วย

“ในเบื้องต้นอุปกรณ์ที่จัดซื้อมาจะนำมาให้กับเด็กนักเรียนชั้น ม.4 และจะเรียกคืนเมื่อเด็กจบชั้น ม.6 เพื่อนำกลับมาซ่อมแซมและส่งต่อให้นักเรียนกลุ่มใหม่ โดยมีสัญญาเช่าทั้งหมด 5 ปี พร้อมบริการซ่อมแซมครบวงจร และเมื่อครบสัญญาก็จะมีการเปลี่ยนเครื่องและจัดทำสัญญากันใหม่ต่อไป” นายสิริพงศ์กล่าว

Advertisement