‘บิ๊กเขต’ ยื่น 4 ข้อเสนอยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ค้านปรับโครงสร้าง ‘ซิงเกิลคอมมานด์’

19.11.24 | 09:00 น.

‘บิ๊กเขต’ ยื่น 4 ข้อเสนอยกร่างพ.ร.บ.การศึกษาฯ ฉบับใหม่ ค้านปรับโครงสร้าง ‘ซิงเกิลคอมมานด์’

นายธนชน มุทาพร ที่ปรึกษาชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครูไทย (ค.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 พฤศจิกายน กรรมาธิการ (กมธ.) การศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เป็นเจ้าภาพจัดงานเสวนา รับฟังความคิดเห็น ผู้เกี่ยวข้อง ในการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … โดยมีผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ผู้อำนวยการโรงเรียน และองค์กรครูทั่วประเทศ เข้าร่วม โดยเบื้องต้นจะมีการยื่นข้อเสนอ 4 ประเด็น ดังนี้ 1.เรื่องเงินเดือนและเงินวิทยฐานะที่อยากให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2) ได้รับด้วยความเท่าเทียม 2.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาและนำหน่วยงานหรือบุคลากรที่ถูกจัดตั้งขึ้นจากคำสั่งนี้ เช่น ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ไปไว้ในกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง 3.ปฏิเสธโครงสร้างในรูปแบบซิงเกิลคอมมานด์ที่สวนทางกับกระจายอำนาจของการจัดการศึกษาทั้งหมด 4.ต้องมีการกระจายอำนาจลงสู่สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการลดบทบาทของส่วนกลางลงและเปลี่ยนให้เป็นฝ่ายช่วยเหลือสนับสนุน ซึ่งทุกวันนี้งบประมาณส่วนใหญ่ต่างถูกจำกัดไว้ที่ส่วนกลางไม่สามารถกระจายสู่เขตพื้นที่ฯและสถานศึกษาได้เท่าที่ควร

“ทั้ง 4 ประเด็นนี้จะถูกนำไปพูดคุยในวันดังกล่าว รวมไปถึงจะมีการยื่นเรื่องให้กับฝั่งรัฐบาล และ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยอยากให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ.เข้าใจและรับฟังปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นหากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เพราะเห็นว่าโครงสร้างการจัดการศึกษาในปัจจุบันมีความเหมาะสมเพียงพอ ทุกฝ่ายต่างทำหน้าที่และแบ่งงานกันทำตามความถนัดของแต่ละองค์กรได้ดี จนทำให้เกิดการกระจายอำนาจอย่างทั่วถึง ซึ่งหากมีการปรับโครงสร้างให้เป็นรูปแบบซิงเกิลคอมมานด์ จะทำให้กลายเป็นการรวมศูนย์อำนาจ ทำงานได้ช้า ในส่วนของงบประมาณก็จะลงไปสู่ห้องเรียนได้น้อยลง ไม่เหมาะกับการบริหารงานของ ศธ.” นายธนชนกล่าว

นายธนชนกล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันในการเสวนาวันดังกล่าวจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการผลิตครู การปฏิรูปหลักสูตรให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ให้อำนาจสถานศึกษาในการจัดทำหลักสูตรมากยิ่งขึ้น ลดการทำหลักสูตรแนวท่องจำ เน้นการเรียนรู้ปฏิบัติจริงในห้องเรียน หรือ Active Learning ซึ่งเรื่องเหล่านี้จะเกิดขี้นได้ต้องมีการกระจายอำนาจให้อิสระกับห้องเรียน ครู และผู้บริหารสถานศึกษาซึ่งบุคลากรเหล่านี้หลายคนมีองค์ความรู้มาก พอที่จะคิดได้ว่าเด็กและห้องเรียนต้องพัฒนาไปในทิศทางใดจึงจะตอบโจทย์การเรียนรู้ เพียงแต่ยังขาดอิสระในการทำงานเนื่องจากส่วนกลางเป็นผู้กำหนดนโยบาย “ความคาดหวังหลังจากการพูดคุยคืออยากให้รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และฝ่ายการเมือง รับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมและนำไปพิจารณาในการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่ ถือเป็นการแสดงพลังในรูปแบบปัญญาชนที่ต้องการนำเสนอความคิดเห็นเพื่อพัฒนาการศึกษาของไทยเพียงเท่านั้น ไม่ได้ต้องการมาชุมนุมเชิงก่อตั้งม็อบหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนแต่อย่างใด” นายธนชนกล่าว

ด้าน นายอดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) นครราชสีมา กล่าวว่า สำหรับ 4 ประเด็นหลักที่ทางกลุ่มตัวแทนจะนำเข้าไปพูดนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นข้อเสนอที่กลัวจะเสียอำนาจการบริหารในส่วนของหน่วยงานตนเองไป เป็นเพียงความขัดแย้งระหว่างเขตพื้นที่ฯ และ ศธจ. ซึ่งหากจะแก้ปัญหาโครงสร้าง ศธ.ในร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฯฉบับใหม่จะต้องรื้อโครงสร้างทั้งหมด และสร้างระบบขึ้นมาใหม่ หาความสมดุลในการบริหารงาน ระหว่างเขตพื้นที่ฯและ ศธจ.

Advertisement

“ผมมองว่าระบบโครงสร้างในปัจจุบันนั้นยังไม่ใช่การกระจายอำนาจที่ดีพอ แต่ก็ไม่ได้สนับสนุนให้มีโครงสร้างแบบซิงเกิลคอมมานด์เช่นเดียวกัน ดังนั้น หากจะแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้าง อยากให้คิดให้รอบด้าน ตกผลึกกันใหม่อีกครั้ง เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลในระยะยาว ที่สำคัญอยากให้มองข้ามความขัดแย้ง ในเรื่องเหล่านี้ไปก่อนและลงลึกแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสถานศึกษา ห้องเรียน และผู้เรียน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยในการพัฒนาการศึกษา” นายอดิศรกล่าว