หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา นักวิชาการนาน...

นักวิชาการนานาชาติลงพื้นที่ศึกษาหลักฐานโรมันในไทย-เปิดตัวหนังสือ “รอยโรมันที่อู่ทอง…และภาคใต้ของประเทศไทย”

10.03.17 | 14:56 น.

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 10 มีนาคม ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ ร่วมกับองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(อพท.) เปิดตัวหนังสือ “รอยโรมันที่อู่ทอง…และภาคใต้ของประเทศไทย” แปลจากงานการศึกษาว่าด้วยหลักฐานของอาณาจักรโรมันที่อู่ทองและในประเทศไทย โดย ดร.บริจิตต์ บอเรล สถาบันโบราณคดีสมัยคลาสสิค มหาวิทยาลัยไฮเดลบวร์ก ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่าแผ่นดินไทยมีความสำคัญบนเส้นทางการค้าทางทะเลตั้งแต่สมัยโรมันนับพันปีที่แล้ว แปลโดยนพ.บัญชา พงษ์พานิชและนายณรัณฐ์ อัครนิธิพิรกุล

นอกจากนี้ยังได้นำนักวิชาการจากประเทศจีน อินเดีย เยอรมนี เวียดนาม ญี่ปุ่น ลาว และมัลดีฟส์ ร่วมประชุมปฏิบัติการเพื่อหาคำตอบถึงการเป็นสถานีการค้าโบราณพันปีที่อู่ทอง โดยจะมีการศึกษาสำรวจพื้นที่อู่ทอง นครปฐม เรือสินค้าอับปางที่สมุทรสาครและที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ในวันที่9-13มีนาคม โดยมีศ.พิเศษศรีศักร วัลลิโภดม นักโบราณคดี นางศิริกุล กสิวิวัฒน์ รองผู้อำนวยการ อพท. นพ.บัญชา พงษ์พานิช กรรมการและเลขานุการมูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ และน.ส.ศุภมาส ด้วงสกุล รักษาการผู้อำนวยการพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เข้าร่วม

ดร.บริจิตต์ บอเรล ผู้เขียน กล่าวว่า หนังสือ “รอยโรมันที่อู่ทอง…และภาคใต้ของประเทศไทย” ได้รวมบทความที่เน้นสิ่งของที่พบในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ของประเทศไทยซึ่งสัมพันธ์กับโลกเมดิเตอเรเนียน โดยบางชิ้นมีถิ่นกำเนิดในเขตเมดิเตอเรเนียนเช่นหัวแหวนแกะสลักและเศษภาชนะแก้วเก่าแก่ประมาณ 1 ศตวรรษก่อนคริสตกาลถึงคริสต์ศตวรรษที่ 3 อีกทั้งจี้ทองคำจำลองเหรียญโรมันมีทั้งที่นำเข้ามาและที่ทำขึ้นในท้องถิ่นโดยใช้แบบจากโรมัน

“การค้นพบสิ่งเหล่านี้บ่งบอกบริบทเครือข่ายการค้าทางทะเลในสมัยนั้นโดยเฉพาะช่วงก่อนและแรกเริ่มคริสตกาลที่มีการขยายขอบเขตการค้าครอบคลุมนับพันกิโลเมตรทางตะวันออกจากอ่าวไทยถึงทะเลจีนใต้และทางตะวันตกผ่านอ่าวเบงกอล มหาสมุทรอินเดียตะวันตกจนถึงทะเลแดงและทะเลเมดิเตอเรเนียน โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีสนับสนุนว่าคอคอดกระเป็นเสมือนจุดเชื่อมต่อเส้นทางสองฟากฝั่งทะเล อย่างไรต้องไม่ด่วนสรุปว่ามีการติดต่อสัมพันธ์โดยตรงกันกับดินแดนเมดิเตอเรเนียน ด้วยมีความเป็นไปได้หลายกรณี โดยทั่วไปพ่อค้าจากอาณาจักรโรมันจะไม่เดินทางไปไกลทางตะวันออกแม้จะมีบางรายงานที่กล่าวถึงบ้าง การค้นพบสิ่งเหล่านี้อาจเป็นผลจากการเชื่อมโยงการค้ากับอินเดียในยุคนั้น” ดร.บริจิตต์กล่าว

นพ.บัญชา พงษ์พานิช ผู้แปลหนังสือ กล่าวว่า แหล่งโบราณคดีของเอเชียอาคเนย์ที่ถูกกล่าวขานกันมากตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงยุคประวัติศาสตร์จะพูดถึงเมืองออกแอวทางตอนใต้ของเวียดนาม อู่ทองและคลองท่อม สามจุดนี้คือศูนย์กลางสำคัญในโลกช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อประวัติศาสตร์เอเชียอาคเนย์ ทั้งสามที่พบหลักฐานว่าด้วยโรมัน ที่อู่ทองจะเป็นเหรียญกับจี้ ส่วนที่คลองท่อมจะเจอจี้เยอะมาก การพบหลักฐานโรมันที่นี่เมื่อพันกว่าปีที่แล้ว ยืนยันว่าบริเวณนี้เคยรุ่งเรืองมาก่อน แต่ต้องศึกษากันต่อไปเป็นประวัติศาสตร์อาณาบริเวณที่สัมพันธ์กับทั้งโลกจึงมีการเชิญนักวิชาการจากหลายที่ทั่วโลกมาร่วมพูดคุยศึกษากัน

Advertisement

“ดร.บริจิตต์เขียนถึงเหรียญจักรพรรดิวิคโตรินุสที่พบที่อู่ทองไว้อย่างละเอียดในหนังสือ โดยเป็นเหรียญโรมันเหรียญเดียวที่เจอในเอเชียอาคเนย์ เหรียญนี้ผลิตในยุคโรมันตอนปลายเยอะมากแต่ไม่เคยใช้ในการค้าขายข้ามทวีป มักอยู่ในยุโรปตะวันตก การเจอจี้ทองคำและจี้ดีบุกเป็นจำนวนมากในอาณาบริเวณนี้ และเจอหลักฐานการผลิตที่คลองท่อม บ่งชี้ว่าภาคใต้ของไทยไม่ใช่แค่ทางผ่านแต่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องประดับชั้นสูง และต้องมีตลาดการค้าทองคำโดยบางชิ้นนำความรู้มาจากอินเดียและแบบมาจากโรมัน โดยมาทำที่คลองท่อม ถือว่าไม่ธรรมดา คนไทยจะต้องรุ้เชิงประจักษ์แล้วนำมาทำความเข้าใจ ส่วนทางอพท.ก็สามารถใช้ประกอบการท่องเที่ยวพื้นที่พิเศษเมืองอู่ทองที่เน้นเรื่องประวัติศาสตร์” นพ.บัญชากล่าว

นพ.บัญชา พงษ์พานิช-ดร.บริจิตต์ บอเรล
นพ.บัญชา พงษ์พานิช-ดร.บริจิตต์ บอเรล