‘บิ๊กอุ้ม’ สั่งสแกนเด็กดร็อปเอาต์เรียลไทม์ พบสัญชาติไทยดึงเข้าระบบทันที

20.11.24 | 13:34 น.

‘บิ๊กอุ้ม’ สั่งสแกนเด็กดร็อปเอาต์เรียลไทม์ พบสัญชาติไทยดึงเข้าระบบทันที

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม ผู้บริหาร ศธ.ว่า ที่ประชุมมีการหารือถึงความก้าวหน้าการขับเคลื่อน เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา ตามโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือปิซ่าโดย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) นำเสนอแผนการขยายผลพัฒนาและสร้างข้อสอบความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ผ่านระบบออนไลน์ Google Classroom 78 ห้องเรียน มีแกนนำ 465 คน นำเข้าระบบเรียนรู้ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา 245 คน ทำหน้าที่กำกับ และผู้อำนวยการโรงเรียน 29,152 คน ร่วมติดตามและสะท้อนผล ขณะที่สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) รายงานความคืบหน้า การจัดทำสื่อการสอน ตามนโยบาย เรียนทุกที่ ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนหลากหลายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และอุปกรณ์ทันสมัย

พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ยังหารือโครงการขับเคลื่อนนโยบายการแก้ปัญหา “เด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษา และเด็กตกหล่น” โดยสำนักงานปลัด ศธ. รายงานการเชื่อมโยงข้อมูลผลการติดตามเด็กวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ผ่านเดสก์บอร์ด https://exchange.moe.go.th ที่มีการอัพเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง สป. สพฐ. กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ และแบ่งงานกันรับผิดชอบ มอบเลขาสภาการศึกษา(สกศ.)เป็นหลักในการขับเคลื่อน โดยให้ใช้ตัวเลขเด็กที่อยู่นอกระบบการศึกษาของ สป. เป็นหลัก โดยเน้นให้เด็กที่มีสัญชาติไทยที่มีช่วงอายุในการศึกษาภาคบังคับ ได้กลับเข้ารับการศึกษาให้ได้เร็วที่สุด ส่วนเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทย ถ้าพบตัวแล้วต้องการเรียน ต้องส่งเสริมให้ได้เข้าเรียนด้วยความสมัครใจ

“ที่ประชุมยังหารือการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2569 โดยยังคงดำเนินการตามนโยบายเดิมคือ ลดภาระครู นักเรียนและผู้ปกครอง เรียนทุกที่ ทุกเวลา และแก้ปัญหานอกระบบ และจัดการศึกษที่เท่าเทียมให้ทุกคนได้รับการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาในปี 2569 คือเรื่องของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน มาใช้ตามนโยบายของรัฐบาล รวมถึงหาแนวทางสอนภาษาด้วยเอไอ ซึ่งเป็นนโยบาย ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ประชุมยังหารือ เกี่ยวกับการจัดงานวันครู การจัดงานวันเด็กแห่งชาติปี 2568 รวมถึงของขวัญปีใหม่ โดยมอบหมายให้ สป. รวบรวมโครงการ กิจกรรมของทุกหน่วยงานที่จะมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่ให่ประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมประกาศให้รับทราบต่อไป” พล.ต.อ.เพิ่มพูนกล่าว