จากที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำหนดนโยบายเพื่อให้การศึกษามีคุณภาพและหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนคือ โครงการยกระดับโรงเรียนที่ต้องการขอรับความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน หรือโรงเรียน “ไอซียู”
โรงเรียนที่ขอเข้าร่วมโครงการไอซียู ส่วนมากเป็นโรงเรียนที่ขาดแคลนครู ขาดแคลนงบประมาณ เด็กขาดเรียน ผลสัมฤทธิ์ต่ำ เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา สภาพแวดล้อมเป็นพิษ เด็กลาออกกลางคัน และอื่นๆ มากมาย แต่เหตุใดโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานนทบุรี เขต 1 จึงมีชื่อเข้าโครงการ “โรงเรียนไอซียู”
เกี่ยวเนื่องจากโรงเรียนได้รับความเดือดร้อนทางด้านอาคารสถานที่ สำหรับให้นักเรียนได้เรียนหนังสือ เพราะทางจังหวัดนนทบุรีเตรียมดำเนินการขอปรับปรุงอาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า เพื่อให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรง สวยงาม และเหมาะสมใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านวัฒนธรรม แต่อาคารที่จะปรับปรุงนั้นบางส่วนใช้เป็นห้องเรียนของนักเรียนระดับชั้นอนุบาล จำนวน 288 คน มาเป็นเวลานานแล้ว หากต้องมีการปรับปรุงอาคารทางโรงเรียนต้องย้ายนักเรียนไปเรียนที่อาคารเรียนอื่นชั่วคราวก่อน เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนซึ่งอาจจะเกิดอันตราย ทั้งจากมลพิษฝุ่นละอองและจากเครื่องจักร ซึ่งปัญหาอยู่ที่การหาอาคารเรียนชั่วคราว เพราะปัจจุบันโรงเรียนก็มีพื้นที่แออัด ไม่สามารถขยับขยายได้แล้ว

ดร.พรพรรณ อินทรประเสริฐ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันมีเนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 81 ตร.ว. เปิดสอนครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2501 โดยใช้ชั้นล่างของหอประชุมสภาจังหวัดนนทบุรีดัดแปลงเป็นห้องเรียน เปิดสอนตั้งแต่อนุบาล-ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งหมด 1,616 คน เป็นโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง มีความพร้อมทั้งด้านคุณภาพ บุคลากร สื่อการเรียนการสอน ความร่วมมือของชุมชนดี แต่ขณะนี้เริ่มมีอุปสรรคในเรื่องของการใช้อาคารบางส่วน ในระหว่างที่จะมีการปรับปรุงอาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า ซึ่งจะต้องหาห้องเรียนชั่วคราวก่อน จึงขอเข้ารับความช่วยเหลือและพัฒนาเป็นพิเศษอย่างเร่งด่วน “ไอซียู” เพราะผู้ปกครองมีความกังวลว่าในขณะที่มีการปรับปรุงอาคารพิพิธภัณฑ์ ลูกจะมีที่เรียนหรือไม่ หรือต้องย้ายไปเรียนที่อื่น
นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ซึ่งได้เข้าร่วมหารือและรับฟังปัญหาในครั้งนี้ กล่าวว่า ทางจังหวัดไม่มีนโยบายที่จะย้ายเด็กไปเรียนที่ไหน เพียงแต่ว่าในระหว่างที่จะปรับปรุงบูรณะซ่อมแซมอาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า เพื่อให้มีสภาพที่แข็งแรง สวยงาม และใช้ประโยชน์ในด้านแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมความเป็นอยู่และภูมิปัญญาท้องถิ่นของ จ.นนทบุรีนั้น เหตุผลส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ชาวนนทบุรีต้องการให้มีการปรับปรุงให้เกิดความแข็งแรงสมบูรณ์กว่าที่เป็นอยู่ เพราะเป็นศาลากลางที่เก่าแก่มาก น่าที่จะอนุรักษ์ไว้ เพียงแต่เรามาร่วมปรึกษากัน ซึ่งทางจังหวัดให้ความสำคัญกับนักเรียนเป็นอย่างมาก และเสนอแนวคิดว่าจะทำอย่างไรให้เด็กมีที่เรียนเพราะกว่าจะดำเนินการปรับปรุงก็น่าจะราวๆ ปลายปี 2561
นายกำจัด คงหนู ศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ในส่วนของต้นสังกัดเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พอทราบข่าวว่าทางโรงเรียนอนุบาลนนทบุรีมีสภาพปัญหา ทางเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูล พร้อมทั้งประชุมร่วมกับผู้บริหาร ครู เครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อหามาตรการและแนวทางในการช่วยเหลือ โดยนำเข้าโครงการ “โรงเรียนไอซียู” เพราะโรงเรียนอนุบาลเป็นที่นิยมของผู้ปกครอง และผู้ปกครองก็สนับสนุนโรงเรียนมาตลอด ผลจากการหารือครั้งนี้ บรรยากาศเป็นไปด้วยดี เพราะทุกฝ่ายเห็นประโยชน์ของนักเรียนเป็นสำคัญ และทางจังหวัดก็ให้การสนับสนุนอย่างดี

ด้าน นายจุมพล เจรียงโรจน์ กรรมการเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า ไม่อยากให้ย้ายนักเรียนไปเรียนที่อื่นเพราะอาคารเรียนที่เป็นไม้ เมื่อเด็กได้ใช้เรียน เหมือนไม้มีชีวิต ดูแล้วเป็นธรรมชาติ ผู้ปกครองทุกคนยินดีสนับสนุน
ด.ญ.ณัฐชา กมลจรัส นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รองประธานสภานักเรียน กล่าวว่า เมื่อทราบข่าวจะมีการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ก็เกิดความเป็นห่วงว่าจะต้องย้ายไปเรียนที่ไหนหรือเปล่า เพราะเขาต้องใช้พื้นที่ในการทำงาน ตั้งแต่มาเรียนที่นี่เห็นสภาพแวดล้อมเต็มไปด้วยอาคารไม้ที่ดูสวยงาม และยังอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีความผูกพัน แม้ปรับปรุง พวกหนูจะช่วยกันดูแลสภาพแวดล้อมให้โดยเฉพาะศาลากลางจังหวัดหลังเก่าที่มีอายุ 109 ปี รวมทั้งห้องสมุดประชาชนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ซึ่งได้เข้าร่วมหารือพร้อม นายบุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) และ นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ศึกษาธิการภาค 1 กล่าวว่า โรงเรียนที่ขอเข้าเป็นโรงเรียน “ไอซียู” ส่วนมากเป็นโรงเรียนที่ขาดแคลนครู นักเรียนมีผลการเรียนต่ำ แต่โรงเรียนอนุบาลนนทบุรีเป็นโรงเรียนยอดนิยม มีความพร้อมหลายๆ ด้าน ชุมชนให้ความร่วมมือดี แต่มีสภาพปัญหาในด้านอาคารสถานที่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่ทาง จ.นนทบุรีจะมีการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า เกรงจะกระทบกับนักเรียนที่ใช้อาคารเรียนอยู่ แต่หลังจากร่วมรับฟังสภาพปัญหากับทุกภาคส่วนแล้ว ได้สรุปร่วมกันว่าในระหว่างนี้ทางโรงเรียนน่าจะขอใช้พื้นที่อาคารห้องสมุดประชาชนซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงเป็นอาคารไม้ และปัจจุบันยังสามารถใช้งานได้อยู่ โดยให้โรงเรียนอนุบาลนนทบุรีทำเรื่องขออนุญาตหน่วยงานที่รับผิดชอบ พร้อมทั้งขอให้ทางโรงเรียนของบประมาณเพื่อสร้างอาคารเรียนในพื้นที่ของโรงเรียนอนุบาลที่มีพื้นที่กว่า 3 ไร่ให้เกิดประโยชน์ จะได้ให้เด็กมีที่เรียน เพราะกว่าที่ทางจังหวัดจะปรับปรุงอาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่าก็ประมาณปลายปี พ.ศ.2561 อาคารเรียนหลังใหม่อาจจะสร้างเสร็จเรียบร้อยก่อน และไม่ส่งผลกระทบต่อนักเรียน ทำให้นักเรียนมีที่เรียนได้อย่างมีความสุข และทุกฝ่ายที่เข้าร่วมหารือก็เห็นตรงกันว่าเป็นแนวทางที่ดีในการที่แก้ปัญหาวิกฤตในครั้งนี้
นี่เพียงแห่งหนึ่งที่เป็นผลพวงมาจากนโยบายการแก้ปัญหาโรงเรียนไอซียู เพียงแต่วันนี้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างจริงจังก็จะผ่านวิกฤตไปได้ด้วยดีอย่างโรงเรียนอนุบาลนนทบุรี


