บิ๊กอุ้ม ลงพื้นที่เชียงใหม่ พบสถานศึกษาเสียหายจากอุทกภัย กว่า 205 ล้าน เร่งฟื้นฟูเต็มที่ ติดตามเด็กหลุดระบบ
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่โรงเรียนแม่ริมวิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่ง ในการมอบนโยบายส่วนราชการทางการศึกษา และติดตามข้อมูลการจัดการศึกษาในระดับพื้นที่ ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ตามกำหนดการลงพื้นที่การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ โดยมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. และคณะผู้บริหารศธ. รวมไปถึงศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) เข้าร่วมว่า ได้รับฟังรายงานการดำเนินงานแก้ไขปัญหาสถานศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยที่จ.เชียงราย โดยพบมูลค่าความเสียหาย จำนวน 205,714,812 ล้านบาท ซึ่งสถานศึกษาในสังกัดศธ.ได้รับความเสียหายทุกสังกัด โดยทุกหน่วยงานได้ร่วมบูรณาการฟื้นฟูสถานศึกษาอย่างเต็มที่
พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ส่วนเป้าหมายการขับเคลื่อนการศึกษาในพื้นที่นั้น พบว่า การบริหารจัดการศึกษาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มุ่งสร้างความเป็นเลิศ โดยมุ่งเน้นการวางเป้าหมายการจัดการศึกษาในอีก 20 ปีข้างหน้า ที่มีการสำรวจพบว่า ในอนาคตจะเป็นการจัดการศึกษาที่ไร้พรมแดน เพื่อความมั่งคั่ง มั่นคงในชีวิตที่มีความสุข ขณะที่การแก้ปัญหาเด็กหลุดระบบการศึกษาตามนโยบาย thailand zero drop out ในจังหวัดเชียงใหม่พบว่ามีเด็กหลุดระบบการศึกษา จำนวน 25,000 คน และสำรวจได้เพียงร้อยละ 30 เนื่องจากส่วนหนึ่งไม่พบตัวตนตามช่วงอายุ และการอพยพตามถิ่นฐาน ซึ่งได้รับรายงานว่า มีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดในการติดตามค้นหาเด็กให้เข้าสู่ระบบการศึกษาต่อไป

พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อว่า ส่วนสถานศึกษาที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาอุทกภัยในพื้นที่จ.เชียงราย นั้น มีรายงานว่าได้รับผลกระทบ 205 แห่ง พบมูลค่าความเสียหาย จำนวน 192.6 ล้านบาท โดยได้มีการจัดเรียงข้อมูลสถานศึกษาและจัดทำระบบเตือนภัยในการฟื้นฟูสถานศึกษาหลังน้ำลด พร้อมได้รับความช่วยเหลือจากอาชีวศึกษาในพื้นที่
ทั้งนี้ขอให้ขับเคลื่อนโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมตามพ.ร.บ.พื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ.2562 ซึ่งแม้สถานศึกษาส่วนใหญ่มองว่า การเป็นโรงเรียนพื้นที่นวัตกรรมจะถูกปิดล็อคด้วยหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จนทำให้ไม่สามารถคิดค้นหลักสูตรหรือนวัตกรรมอะไรใหม่ๆได้ หรือแม้กระทั่งการใช้งบประมาณมาดำเนินการ แต่ไม่อยากให้มองเช่นนั้นและอยากให้ทุกโรงเรียนได้คิดนอกกรอบมากขึ้น ขณะเดียวกันจากการติดตามนโยบายการศึกษาทำให้มีความเชื่อว่าสถานศึกษาภาคเหนือตอนบนมีการพัฒนาที่สมบูรณ์อย่างมาก
“การลงพื้นที่ครั้งนี้ผมได้ติดตามสถานการณ์อุทกภัยตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนอกจากจะติดตามสถานการณ์น้ำท่วมโรงเรียนภาคเหนือแล้ว ผมยังได้รับทราบว่ามีโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหว แต่ยังไม่ได้รับงบประมาณดูแลอีกด้วย ดังนั้นผมจะรวบรวมข้อมูลและจัดสรรงบประมาณมาสนับสนุนฟื้นฟูต่อไป ซึ่งการได้ประชุมในครั้งนี้ทำให้รู้ความเคลื่อนไหวของสถานศึกษาในจังหวัดกลุ่มภาคเหนือ ซึ่งแต่ละจังหวัดมีการขับเคลื่อนนโยบาย ’เรียนดีมีความสุข‘ ที่ได้มอบหมายไว้เป็นอย่างดี”พล.ต.เพิ่มพูน กล่าว


