ศธ.ไม่นิ่งนอนใจ ระดมกำลังค้นหา น้องปลื้ม หายจากโรงเรียน กำชับเรื่องความปลอดภัย

29.11.24 | 13:38 น.

ศธ.ไม่นิ่งนอนใจ ระดมกำลังค้นหา น้องปลื้ม หายจากโรงเรียน กำชับเรื่องความปลอดภัย

จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊กเจ๊ม้อย V+ โพสต์ข้อความระบุว่า ตามหาเด็กชายรายหนึ่ง โดยระบุว่า “เคสด่วน !! ฝากด้วยค่ะ ใครพบเจอน้องติดต่อได้เลยมีเด็กหายออกไปจากโรงเรียนไตรมิตร ดอนปิน แม่วาง น้อง ชื่อปลื้ม น้องเป็นเด็กพิเศษ ใครพบเห็นแจ้งเบาะแสได้น้องไม่พูดชอบวิ่ง กลัวว่าจะโดดลงน้ำน้องชอบน้ำมาก ติดต่อมาที่เจ้าของเฟส เชียงใหม่ เผื่อใครติดต่อพ่อน้องไม่ได้ติดต่อเบอร์ยายได้เลย นะคะ แบตพ่อน้องหมด”

ซึ่งภายหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความห่วงใยอย่างมาก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษา 8 หน่วยบริการอำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่ หลังได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

Advertisement

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรนอกสถานที่ จ.เชียงใหม่ ของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการ ศธ. และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. ได้รับรายงานว่ามีเด็กหายจากศูนย์การศึกษาพิเศษเขต 8 หน่วยบริการอำเภอแม่วาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งศูนย์การศึกษาพิเศษถือเป็นหน่วยบริการในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยรัฐมนตรีว่าการ ศธ.มีความเป็นห่วงต่อเรื่องนี้อย่างมาก ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้ตนมาลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ดังกล่าว

ซึ่งพบว่าขณะนี้ยังไม่เจอตัวน้องปลื้ม แต่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับท้องถิ่น สหวิชาชีพ นักจิตวิทยา กู้ภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงชาวบ้านให้ความร่วมมือในการดูแลแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดี ซึ่งทุกฝ่ายได้พยายามติดตามค้นหากันอย่างเต็มที่ โดยได้รับทราบมีการนำโดรนค้นหา และสุนัขตำรวจดมกลิ่นร่วมปฏิบัติภารกิจค้นหาในครั้งนี้ด้วย คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะเจอน้องปลื้ม

นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ทั้งนี้หลังได้พูดคุยกับผู้ปกครองของน้องปลื้มพบว่าสภาพจิตใจยังดีอยู่ ส่วนประเด็นการเพิ่มความปลอดภัยในการดูแลสถานศึกษานั้น ส่วนตัวมองว่า ปัญหาที่เกิดมาจากสภาพแวดล้อม และศูนย์การศึกษาพิเศษของแต่ละแห่งก็มีความแตกต่างกัน ซึ่งศูนย์การศึกษาพิเศษบางที่ก็ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานในท้องถิ่น หรือบางศูนย์อาจได้รับการบริจาคให้ใช้พื้นที่โรงเรียนที่ถูกทิ้งร้าง จึงทำให้ในการจัดสรรงบประมาณอาจมีจำกัด แต่ได้กำชับว่าในการดูแลเด็กขอให้มีรั้วขอบชิดอย่างเข้มงวด พร้อมกับการเติมทักษะครูผู้ดูแลเด็กพิเศษ เพราะเรื่องเหล่านี้จำเป็นจะต้องเติมทักษะการดูแลเด็กพิเศษให้มาก รวมถึงสถานศึกษาจะต้องสำรวจจุดอับ และจุดเสี่ยงที่อาจทำให้เด็กเดินเล่นไปจนคลาดสายตาของครูผู้ดูแล

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเหตุสุดวิสัยที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยปกติทางศูนย์การศึกษาพิเศษแห่งนี้จะมีการปิดประตูอย่างมิดชิด เพื่อไม่ให้นักเรียนเดินออกจากห้องเรียนได้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางออกจากห้องเรียนเพื่อไปที่โรงอาหาร” นายสิริพงศ์กล่าว