ศธ.ประสานป.ป.ท.ลุยสอบ CCTV ตรวจพบความผิดปกติกระบวนการตรวจรับ มูลค่าความเสียหายกว่า 60 ล.

13.03.17 | 12:05 น.

พลโทโกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ นพ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. มอบหมายให้ตนตรวจสอบการจัดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในโครงการ Safe Zone School (CCTV) 12 เขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งเป็น โรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)จำนวน 10 เขต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)จำนวน 2 เขต รวม 1,104 แห่ง ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลแล้ว ซึ่งในส่วนของป.ป.ท.เขต 9 จังหวัดสงขลา ได้ลงตรวจสอบพื้นที่ สพม.16 (สงขลา-สตูล) ซึ่งมีการติดตั้งกล้องวงจร ใน 10 โรงเรียนและอีก 1 จุดในพื้นที่ รวม 11 จุด ซึ่งเท่าที่ตรวจสอบทีโออาร์ ในแต่ละจุดต้องสามารถถ่ายทอดได้ 16 กล้อง จากการลงพื้นที่ตรวจสอบใน 2 โรงเรียน คือโรงเรียนจะนะชนูปถัมภ์ และโรงเรียนไม้แก่นประชาอุทิศ พบว่า สามารถถ่ายทอดได้จริง เพียง 6 กล้อง เท่ากับใช้ไม่ได้ถึง 10 กล้อง  จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งต้องตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างอย่างละเอียด หากพบว่ามีจุดบกพร่องหรือความไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นในขั้นตอนใด ก็ต้องมีการสอบสวน ส่วนพื้นที่อื่นๆ นั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ ซึ่งตนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย

“จากการตรวจสอบ พบว่าความผิดปกติน่าจะเกิดที่กระบวนการตรวจรับ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น คำนวณจากราคากล้องวงจรปิดตัวละ 5,000 บาท  ความเสียหายรวมทั้งหมดกว่า 60 ล้านบาท  เบื้องต้น ป.ป.ท.สงขลาจะดูว่าใครเป็นคนตรวจรับ ที่ผ่านมานพ.ธีระเกียรติ ได้ย้ำให้ตรวจสอบเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด โดยได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ส่งหนังสือชี้แจงการดำเนินการในเรื่องดังกล่าวให้รัฐมนตรีว่าการศธ. ภายใน 7 วัน ซึ่งทราบว่าโครงการนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2557” พลโทโกศลกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แผนดำเนินการเดิม จะมีการติดตั้งกล้อง CCTV ตามขนาดของโรงเรียน คือ โรงเรียนขนาดเล็ก 8 ตัว โรงเรียนขนาดกลาง 16 ตัว และโรงเรียนขนาดใหญ่ 28 ตัว แต่หลังจากมีการร้องเรียนเรื่องการกำหนดสเปก และการฮั้วประมูล เอื้อบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ทำให้โครงการถูกชะลอมาตลอด ทำให้งบประมาณส่วนหนึ่งถูกปรับไปดำเนินการเรื่องอื่น จนเหลืองบประมาณเพื่อการติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 405 ล้านบาท โดยลดจำนวนกล้องลงเหลือเฉลี่ยจุดละ 6 ตัว รวมทั้งสิ้น 6,624 ตัว อย่างไรก็ตามปัญหาขณะนี้คือ กล้องทั้งหมดไม่สามารถเชื่อมต่อไปยังห้องควบคุมกลางของหน่วยงานความมั่นคง ทหารตำรวจ และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาพร้อมกันได้ ซึ่งไม่สามารถป้องกันเหตุล่วงหน้าได้ และไม่ตรงกับโครงการที่ว่าจะดูแลความปลอดภัยของครูและนักเรียนก่อนเกิดเหตุได้ ดังนั้นหากเป็นเพียงการติดตั้งกล้องระบบพื้นฐานเช่นนี้เมื่อเกิดเหตุแล้วค่อยไปย้อนเทปบันทึกภาพก็ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมากขนาดนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า  คณะกรรมการเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นของชาติ(ภตช.) ได้ยื่นหนังสือขอให้รัฐมนตรีว่าการศธ.ตรวจสอบการกระทำความผิด ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานภาครัฐ พ.ศ.2542 กับ บริษัทคู่สัญญาทั้ง 12 เขต และดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับบริษัทที่ส่งมอบงานไม่ครบ หรืออาจจงใจฮั้วประมูลด้วย เนื่องจากมีบางบริษัทได้รับการทำสัญญาติดตั้งกล้อง CCTV ถึง 4,794 จุด โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ที่มีการติดตั้งกล้อง CCTV คือ สพม. 16 (สงขลา-สตูล), สพม. 15  (นราธิวาส-ปัตตานี-ยะลา) , สพป.ปัตตานี เขต 1, สพป.ปัตตานี เขต 2 ,สพป.ปัตตานี เขต 3, สพป.ยะลา เขต 1 ,สพป.ยะลา เขต 2, สพป.ยะลา เขต 3 , สพป.นราธิวาส เขต 1, สพป.นราธิวาส เขต 2 ,สพป.นราธิวาส เขต 3 ,สพป.สงขลา เขต 3