ทปอ. – นักวิชาการ ชี้ควรเลื่อนสอบ TGAT/TPAT ทั่วประเทศ เพื่อความเป็นธรรม-สภาพจิตใจของนักเรียน แนะทปอ.ฟังเสียงเด็กมากขึ้น
จากกรณีน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ กระทบกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของนักเรียนชั้นม. 6 หรือ TGAT/TPAT นำมาซึ่งการเรียกร้องให้เลื่อนวัน กระทั่ง ที่ประชุมอธิบการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ประชุมและแจ้งว่าจะเลื่อนเพียง 4 สนามสอบในภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครสอบหลายคนกังวลว่าการใช้ข้อสอบคนละชุดนั้น จะมีมาตรฐานเท่ากันหรือไม่ เนื่องจาก คะแนนที่ใช้สอบเข้ามหาวิทยาลัยวัดกันเป็นจุดทศนิยม กระทั่งแฮชแทก #เลื่อนสอบทั่วประเทศ ขึ้นติดเทรนด์เอ็กซ์ ล่าสุด ที่ทางที่ประชุมอธิบการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ประชุมอีกครั้งพร้อมออกแถลงการณ์ ยึดประกาศเดิม ไม่เลื่อนสอบทั่วประเทศ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง
นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ทางที่ประชุมอธิบการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงในเรื่องของการเลื่อนสอบ TGAT/TPAT ของ 4 สนามสอบในจังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนั้น หากมองในแง่ของผู้บริหารก็จะต้องเป็นไปตามกำหนดการที่ออกมา แต่ถ้ามองในมุมของเด็กที่ได้รับผลกระทบ ก็จะรู้สึกได้ว่าแถลงการณ์ที่ออกมา เป็นการฟังเสียงของเด็กที่น้อยเกินไป ซึ่งสิ่งที่เด็กกังวลเป็นหลักคือเรื่องของความเป็นธรรมในการสอบไม่ใช่การที่จะได้สอบช้าหรือเร็ว และการสอบครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะมีผลกระทบต่ออนาคตของเด็กเหล่านี้ ฉะนั้นควรจะมองปัญหาและแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด
“ผมมีความสงสัยว่า ถึงแม้จะมีการเลื่อนสอบในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่สุดท้ายการรวบรวมคะแนนก็จะต้องรอการสอบเสร็จให้ครบทั้งประเทศอยู่ดี แล้วทำไมถึงไม่เลื่อนการสอบทั้งประเทศและใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน เพื่อไม่ให้เกิดความกังวลใจต่อเด็กในเรื่องของข้อสอบ 2 ชุด ที่อาจจะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบได้ ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้ ต้องคิดถึงเด็กที่ได้รับผลกระทบเป็นหลัก” นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนที่ทปอ.ออกมายืนยันว่าข้อสอบทั้ง 2 ชุด มีมาตรฐานเท่ากัน ก็อาจจะถูกต้องในมุมมองของผู้บริหาร แต่ในอดีตที่ผ่านมามีเรื่องของข้อสอบที่ผิดพลาดมาโดยตลอด จนถึงขั้นต้องยกคะแนนให้ผู้สอบ แสดงให้เห็นว่าข้อสอบชุดเดียวกันยังมีข้อผิดพลาดออกมาให้เห็น ส่งผลไปถึงความน่าเชื่อถือของทปอ.ที่ลดลงไป จึงทำให้มีเด็กนักเรียนที่กลัวจะเสียผลประโยชน์จากเรื่องนี้ออกมาเคลื่อนไหว ควรจะมีการออกมาอธิบายให้ชัดเจน และมีหลักการในเรื่องของการวัดผลมากกว่านี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรับรองว่าสามารถเชื่อถือได้ เพราะที่ผ่านมาข้อสอบมีความผิดพลาดมาโดยตลอด โดยส่วนตัวเชื่อว่าเด็กมีความเข้าใจอย่างแน่นอนหากได้รับคำอธิบายที่น่าเชื่อถือ
“การเลื่อนสอบเพียงแค่จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ แล้วบอกว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด อาจจะไม่ถูกต้องทั้งหมด ผมว่าควรจะมีการรับฟังเสียงของเด็กทั่วประเทศให้มากยิ่งขึ้น คิดถึงสภาพจิตใจของเด็กซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการสอบ หากสภาพจิตใจยังไม่พร้อม แต่ไปบังคับให้เด็กเข้าสอบก็จะทำให้เสียบรรยากาศในการสอบได้ ในฐานะที่เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง หากสามารถเลื่อนสอบทั้งประเทศได้ และไม่มีผลกระทบมากนัก ก็อยากจะให้มีการเลื่อนสอบออกไปเพื่ออนาคตและชีวิตของเด็กนักเรียนไทย การเลื่อนสอบจะทำให้เด็กมีเวลาเตรียมตัวมากขึ้น สภาพจิตใจดีขึ้น และไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นธรรมของข้อสอบอีกด้วย และผมเชื่อว่าหากมีการรับฟังให้มากขึ้น จะได้บทสรุปในการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดออกมา” นายสมพงษ์ กล่าว

