จับตา 12 ธ.ค. กมธ.สรุปปม บุหรี่ไฟฟ้า นักวิชาการ ค้านถูกกฎหมาย เปิดข้อมูลนักสูบหน้าใหม่เพียบ ต่ำสุด เด็กป.2
บุหรี่ไฟฟ้า – เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 ธันวาคมนี้ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษากฎหมายและมาตรการควบคุมกำกับบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย จะพิจารณาเรื่อง บุหรี่ไฟฟ้า ว่าจะอนุญาตให้ขายในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมามีหน่วยงาน มูลนิธิต่างๆ เครือข่ายประชาชน เครือข่ายเยาวชน ยื่นรายชื่อคัดค้านเกือบ 6 แสนรายชื่อ ทั้งนี้ มองว่า การศึกษาของ กมธ.ชุดนี้ ยังขาดความน่าเชื่อถือ ไม่เป็นกลางเท่าที่ควร เพราะมีการนำภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าเข้ามาเป็น กมธ.ด้วย ซึ่งอาจจะมีส่วนได้ส่วนเสีย และขาดความเป็นกลางได้
นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า ขณะนี้เกือบทั่วโลก ไม่รับรองให้การขายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างถูกกฎหมาย แต่กลยุทธ์ของบริษัทบุหรี่ไฟฟ้าข้ามชาติ มุ่งสู่ 2 แนวทาง คือ 1.ทำระบบตลาดพยายามดึงนักสูบหน้าใหม่ โดยมุ่งสู่เด็กและเยาวชน อายุประมาณ 13-15 ปี แต่ปัจจุบันพบว่า บุหรี่ไฟฟ้าลงไปถึงเด็ก ป.2 แล้ว สร้างภาพลักษณ์ให้เห็นว่าคนสูบบุหรี่ไฟฟ้า เป็นคนรุ่นใหม่ ทันสมัย เท่ และหาซื้อได้ง่ายบนช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะ “พอด” ที่ทำมาเป็นรูปการ์ตูน ดูทันสมัย ทำให้เด็กเวลาใช้ ก็จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่ ทั้งนี้พบว่า ปี 2565 มีนักสูบเพิ่มจากปี 2558 มากถึง 2-3 เท่า นอกจากนี้ยังพบว่าเด็กที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า จะได้รับอันตรายในเรื่องพัฒนาการทางสมอง เป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น 2 เท่า นอกจากนี้ผู้สูบที่เป็นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด ระบบหัวใจ ระบบทางเดิน หายใจ และปอด เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ นอกจากนี้ยังผลกระทบทางสังคมจะเกิดการกระทำผิดของเด็กที่อาจจะโยงไปถึงยาเสพติด กระทบปัญหา PM2.5 ที่อาจจะมีค่าปล่อยมลพิษเพิ่มขึ้น ซึ่งการมุ่งไปสู่นักสูบหน้าใหม่มีผลอย่างมาก เพราะขณะนี้มีเด็กและเยาวชนสูบเพิ่มขึ้น 5-7 เท่า
นายสมพงษ์กล่าวต่อว่า 2. การมุ่งสู่นักการเมือง อดีตรัฐมนตรี ส.ส. ที่สนับสนุนให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย อาจจะเป็นเพราะสถานการณ์ในขณะนี้ รัฐต้องการภาษี ดังนั้นการนำของผิดกฎหมาย จากใต้ดิน ขึ้นมาบนดินให้ถูกกฎหมาย ก็จะได้ระบบภาษีที่เพิ่มขึ้น ควบคุมง่าย แต่ผลการศึกษาในหลายประเทศ ยืนยันตรงกันว่า การรักษาตัว การรักษาผู้ที่ป่วยจากบุหรี่ไฟฟ้า รัฐจะต้องใช้เงินมากกว่าการจัดเก็บภาษีถึง 3 เท่า ซึ่งได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้น รัฐอย่ามองเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องระบบภาษี อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว เพราะมันอันตราย ลงไปสู่เด็กและเยาวชน และมันแพร่หลายอย่างรวดเร็ว
“สิ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคของบุหรี่ไฟฟ้า คือ ครู และพ่อแม่ ไม่เท่าทันเด็ก และไม่รู้ว่าเด็กสูบ เพราะอาจจะคิดว่าตัวพอดเป็นเครื่องมืออุปกรณ์การเรียน เป็นของเล่น ระยะหลังพบสิ่งที่น่ากลัวคือ เด็ก ป.5-6 สูบบุหรี่ไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มองว่าเป็นเรื่องท้าทาย เป็นความเท่ เท่าเทียมกับผู้ชาย โดยปัญหาการสูบบุหรี่ไฟฟ้า เป็นไฟลามทุ่ง อันตราย ขนาด 14 ราชวิทยาลัยวิชาชีพแพทย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับประกาศจุดยืนไม่เห็นด้วยที่รับจะพิจารณาให้ถูกกฎหมาย ดังนั้น จึงอยากวิงวอน ส.ส. รัฐมนตรี และนักการเมืองทั้งหลาย พิจารณาให้ถี่ถ้วน รอบคอบ รอบด้านอย่ามองแต่ผลการศึกษาของ กมธ.เพียงอย่างเดียว มองว่าถ้ารัฐบาลทำให้ถูกกฎหมาย สังคมเสื่อมแน่นอน” นายสมพงษ์กล่าว

