เปิดหนังสือ พศ.สรุป 5 ข้อส่ง “สุวพันธุ์” ชี้ฝ่ายต้าน “สมเด็จช่วง” ขึ้นสังฆราชมีน้อย ซื้อรถหรูมือสุดท้ายไม่ผิด

25.02.16 | 11:55 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล พศ.มอบให้ พศ.รวบรวมข้อมูลทั้งฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายคัดค้าน กรณีเสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำฯ เป็นสมเด็จพระสังฆราช เพื่อศึกษาก่อนเสนอนามขึ้นทูลเกล้าฯ เบื้องต้น พศ.ได้สรุปข้อมูลทั้งหมดออกมา 5 ข้อหลักๆ ดังนี้ 1.ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการเสนอนามพระนามสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายสนับสนุน คือกรรมการ มส.ทุกรูป คณะสงฆ์โดยรวมทั้งประเทศ ทั้งฝ่ายมหานิกาย และธรรมยุต เครือข่ายองค์กรชาวพุทธเกือบทั้งหมด และมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้ง 2 แห่ง ส่วนฝ่ายคัดค้านคือ พระสุวิท์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาสภาปฏิรูปแห่ชาติ (สปช.) และเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นกลุ่มลูกศิษย์ของพระพุทธะอิสระ

2.ความเห็น และท่าทีของสังคมต่อกิจกรรมของคณะสงฆ์ และวัดพระธรรมกาย ในส่วนของคณะสงฆ์ ชาวพุทธที่อ้างตนว่าเป็นชาวพุทธเชิงวิชาการ และลูกศิษย์สันติอโศก รวมถึง ลูกศิษย์ของพระพุทธะอิสระ โจมตีกิจกรรมของคณะสงฆ์ทั่วประเทศ ในส่วนของวัดพระธรรมกาย มีประชาชนบางส่วนปฏิเสธการทำบุญกับวัดนี้ แต่ประชาชนอีกส่วนเข้ามาทำบุญกับวัดพระธรรมกาย

3.สถานะปัจจุบันของคดีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อ 1 และข้อ 2 เช่น คดีรถโบราณของสมเด็จพระมหารัชมัคลาจารย์ ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบของดีเอสไอ แยกเป็น 2 คดี คือคดีแพ่ง โดนข้อหาหลีกเลี่ยงการเสียภาษี และคดีอาญา โดนข้อหาสำแดงเอกสารเท็จต่อทางราชการ ความผิดจะตกอยู่กับผู้นำเข้ารถ และผู้สำแดงเอกสารต่อทางราชการ ส่วนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นผู้ซื้อในมือสุดท้าย ตามกฎหมายไม่มีความผิด

4.ให้ พศ.จัดทำความคิดเห็นพิจารณาต่อข้อเสนอ 5 ข้อที่เครือข่ายคณะสงฆ์ และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.) เสนอต่อรัฐบาล และ

5.สรุปปัญหาปัจจุบัน หากปล่อยกลุ่มบุคลโจมตีคณะสงฆ์อย่างรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้น ส่วนข้อเสนอในการแก้ไขในระยะสั้น ต้องหาทางระงับการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลที่โจมตีคณะสงฆ์ เร่งรัดเรื่องรถโบราณให้เกิความกระจ่าง พร้อมมอบนโยบายให้รัฐระมัดระวังในการปฏิบัติกับพระสงฆ์ และประกาศให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ

Advertisement