เมื่อวันที่ 13 มีนาคม พลโทโกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดในโครงการ Safe Zone School (CCTV) 12 เขต ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งเป็นโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)จำนวน 10 เขต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)จำนวน 2 เขต รวม 1,104 แห่ง ว่า ล่าสุดนายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) แจ้งว่า จะส่งหนังสือรายงานข้อมูลการดำเนินโครงการติดตั้งกล้อง CCTV ทั้งหมดมาให้ตนในวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งตนจะนำข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) รายงานมาเสนอให้ที่ประชุมผู้บริหารองค์กรหลักที่มี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ.เป็นประธานรับทราบ รวมถึงจะสอบถามสพฐ. กรณีที่ พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการศธ. สั่งการให้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัย ผู้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ว่าได้ดำเนินการแล้วหรือยัง นอกจากนั้น ในสัปดาห์หน้าตนจะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขต 9 จังหวัดสงขลา ด้วยตนเอง
ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการศธ. กล่าวว่า ตนจะรายงานการดำเนินคดีกรณีทุจริต สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ซื้อตั๋วสัญญามูลค่า 2,500 ล้านบาท กับบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ดกรุ๊ป จำกัด ซึ่งมีความคืบหน้าไปพอสมควร และเมื่อเร็ว ๆ นี้ตนได้หารือกับดีเอสไอ สถานีตำรวจนครบาลดุสิต และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยป.ป.ช.ยืนยันมาแล้วว่า ไม่เกิน 2 เดือน น่าจะชี้มูลความผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวได้ ขณะที่ทางสน.ดุสิต ได้จับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องไปบ้างแล้ว ส่วนกรณีสกสค. ซื้อหุ้นบริษัท หนองคายน่าอยู่ จำกัด ในโครงการก่อสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชน บ้านป่าตอง ต.โพนสว่าง อ.เมือง จ.หนองคาย มูลค่าประมาณ 800 ล้านบาทนั้น ที่ผ่านมา คณะกรรมการสกสค. มีมติให้ บริษัท หนองคายน่าอยู่ ซื้อหุ้นคืนจากสกสค. ภายในระยะเวลา 5 ปี และต้องจ่ายค่าตอบแทนคืนในอัตราร้อยละ 5 ของจำนวนหุ้นที่เหลือ ซึ่งในสัปดาห์หน้าครบกำหนดที่ บริษัท หนองคายน่าอยู่ฯ จะต้องจ่ายค่าตอบแทนงวดแรกให้กับสกสค. เป็นเงินถึง 50 ล้านบาท โดยตนจะดูว่าทางบริษัทหนองคายน่าอยู่ จะนำเงินมาชำระจริงหรือไม่ เพราะเท่าที่ดูโครงการดังกล่าว น่าจะมีปัญหา ดังนั้นโดยส่วนตัวเห็นว่า สกสค.ควรจะเรียกเงินคืนทั้งหมดงวดเดียว ส่วนจะดำเนินการอย่างไรนั้น ต้องปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของคณะกรรมการสกสค.

