นายณรินทร์ ชำนาญดู นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญจำนวนมาก ออกมาร้องเรียนผ่าน ส.บ.ม.ท. กรณีคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ประกาศใช้มาตรฐานตำแหน่งครูและบุคลากรทางการศึกษาใหม่ โดยกำหนดคุณสมบัติผู้เข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ดังนี้ 1.ต้องมีตำแหน่งรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ไม่น้อยกว่า 2 ปี และมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่ารองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ชำนาญการพิเศษ 2.ตำแหน่งอื่นที่ ก.ค.ศ.เทียบเท่า ส่งผลให้ผู้อำนวยการโรงเรียน ที่มีวิทยฐานะเชี่ยวชาญ ซึ่งถือว่ามีอาวุโสสูงกว่ารองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ชำนาญการพิเศษ ไม่สามารถสมัครได้ เนื่องจากขาดคุณสมบัติ
“การกำหนดมาตรฐานตำแหน่งดังกล่าว ถือว่าทำให้เกิดความลักลั่น จากเดิมที่มีสิทธิสมัครเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียน วิทยฐานะเชี่ยวชาญ ที่มีสิทธิสมัครคัดเลือกเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ตามมาตรฐานตำแหน่งเดิม เกิดความไม่พอใจ เพราะเสียสิทธิในการเข้ารับการคัดเลือก จึงร้องเรียนมาที่ ส.บ.ม.ท. เพื่อทำหนังสือถึง พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว” นายณรินทร์กล่าว
นายณรินทร์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ แม้จะประกาศใช้มาตรฐานตำแหน่งดังกล่าว ก็สามารถแก้ไขได้ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา ซึ่งส่วนตัวเข้าใจ ทาง ก.ค.ศ.ต้องการให้มีการเลื่อนตำแหน่งตามลำดับชั้น จากรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ มาเป็นผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ ตามลำดับ แต่ก็ต้องมองถึงลำดับอาวุโสด้วย เพราะโดยหลัก ผู้อำนวยการโรงเรียน เชี่ยวชาญ ถือว่ามีวิทยฐานะสูงกว่ารองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ ดังนั้นจะให้ไปสมัครคัดเลือกเป็นรองผู้อำนวยการเขตพื้นที่ฯ น่าจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และถือเป็นการไปจำกัดสิทธิ ทำให้เกิดความลักลั่น เช่นเดียวกับกรณีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ที่น้อยเนื้อต่ำใจกับระบบการขอมีและเลื่อนวิทยฐานะ เนื่องจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สามารถเข้าสู่ตำแหน่ง โดยเทียบเท่าวิทยฐานะเชี่ยวชาญโดยอัตโนมัติ ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข

