หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา ผู้ปกครองร้อง...

ผู้ปกครองร้อง ศธ. หลังโรงเรียนเอกชนปิดกะทันหัน จี้แก้กฎหมาย-ช่วยบรรเทาผลกระทบ

12.12.24 | 15:00 น.

ผู้ปกครองร้อง ศธ. หลังโรงเรียนเอกชนปิดกะทันหัน จี้แก้กฎหมาย-ช่วยบรรเทาผลกระทบ

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี หรือ เนเน่ รัดเกล้า อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรครวมไทยสร้างชาติ เขตบางพลัด และบางกอกน้อย ได้นำตัวแทนผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการปิดตัวอย่างกะทันหันของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านบางพลัด เข้าพบนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจํา ศธ. โดยมีประเด็นการหารือ 4 ข้อ คือ 1.บทบาทและหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ในการช่วยเหลือผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ 2.ปัญหาค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องแบกรับ เช่น ค่าแรกเข้าโรงเรียนใหม่ เป็นต้น 3.ความเป็นธรรมในการรับเอกสารของบุตรหลาน เพื่อนำไปสมัครที่โรงเรียนใหม่ ในขณะที่ผู้ปกครองยังมีสภาพเป็นหนี้ ค่าเทอมของโรงเรียน และ 4.เรียกร้องการแก้กฎหมาย เพื่อบังคับให้การปิดกิจการโรงเรียน ต้องมีการวางแผนล่วงหน้าและแจ้งผู้ปกครองให้ทราบเรื่องนานกว่า 1 เดือน

โดยนายสิริพงศ์กล่าวว่า การประกาศกิจการของโรงเรียนดังกล่าวส่งผลให้ผู้ปกครองมีความสงสัย ซึ่งได้แจ้งระเบียบการปิดกิจการของโรงเรียนเอกชนให้กลุ่มผู้ปกครองได้รับทราบว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร เช่น โรงเรียนแจ้งปิดกิจการในวันที่ 18 พ.ย.ก่อนจะปิดภาคเรียนที่ 1 ซึ่งในระเบียบการขออนุญาตเลิกกิจการโรงเรียนเอกชนในระบบที่กำหนดให้แจ้งการปิดกิจการก่อนล่วงหน้าประมาณ 120 วันก่อนปิดภาคเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองได้เตรียมตัว แต่การรับฟังเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ปกครองมองว่าการแจ้งปิดกิจการล่วงหน้า 120 วันอาจเป็นระยะเวลาที่น้อยเกินไป แต่ภายใต้กฎหมาย ศธ.ต้องทำตามระเบียบ ซึ่งผู้ปกครองขอให้มีการปรับแก้ไขระเบียบฉบับดังกล่าว รวมถึงการจัดทำแผนเพิ่มเติมในการปิดกิจการของโรงเรียนเอกชน ซึ่งในประเด็นนี้ ศธ.พร้อมรับไปปรับแก้ระเบียบดังกล่าวให้ เพื่อประโยชน์ของผู้ปกครอง นอกจากนี้ยังมีประเด็นการจัดหาสถานศึกษาให้แก่นักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการของโรงเรียน ซึ่งขณะนี้ผู้บริหารโรงเรียนได้เสนอโรงเรียน 33 แห่งที่พร้อมจะรองรับนักเรียน โดยตนได้กำชับไปยัง สช.ให้ไปชี้แจงกับโรงเรียนว่าจะต้องจัดหาโรงเรียนที่เป็นโรงเรียนในจำนวน 33 แห่งนี้ให้เหลือ 1 โรงเรียน เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ผู้ปกครองว่า โรงเรียนที่ได้คัดเลือกมารับนักเรียนจากโรงเรียนเข้าเรียนอย่างแน่นอน 100%

นายสิริพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องการออกใบรายงานผลการศึกษา หรือใบเกรดของนักเรียนนั้น เนื่องจากกลุ่มผู้ปกครองมีความกังวลว่า หากมีกรณีที่ผู้ปกครองยังไม่ได้ชำระค่าเรียนอาจทำให้ถูกยึดใบเกรด ซึ่งขอยืนยันว่าใบเกรดไม่สามารถเป็นหลักประกันสร้างเงื่อนไขให้จ่ายค่าเล่าเรียน แต่ในฐานะที่ ศธ.เป็นคนกลางยังยืนยันว่าเป็นหนี้ก็ต้องชำระ ดังนั้นจึงมีแนวทางร่วมกันว่าให้มีการเจรจาระหว่างผู้ปกครองและโรงเรียนในการรับสภาพหนี้ เพื่อหาทางออกให้แก่กลุ่มผู้ปกครองในการแบ่งจ่ายชำระหนี้ แต่จะไม่มีกรณีว่าต้องชำระค่าเล่าเรียนเป็นเงินก้อนถึงจะได้ใบเกรด ซึ่งกรณีแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน