หน้าแรก ในประเทศ การศึกษา บอร์ดสภาการศึ...

บอร์ดสภาการศึกษา ถกนัดส่งเสริมการวิจัย เพิ่มสมรรถนะผู้เรียน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

13.12.24 | 18:22 น.

บอร์ดสภาการศึกษา ถกนัดสุดท้ายปี 67 ส่งเสริมการวิจัย เพิ่มสมรรถนะผู้เรียน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

 

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่ห้องกำแหง พลางกูร อาคาร 56 ปี สกศ. พลตำรวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาการศึกษา ครั้งที่ 4/2567 โดยมีกรรมการสภาการศึกษา และ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กรรมการและเลขานุการ ร่วมประชุมรูปแบบผสมผสานออนไลน์และออนกราวด์ โดยที่ประชุมพิจารณาเห็นชอบเรื่องสำคัญ 6 เรื่อง ดังนี้

1.ทิศทางการวิจัยทางการศึกษาของชาติ มุ่งส่งเสริมให้มีการวิจัยการศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 4 ด้าน ได้แก่
1.การวิจัยเพื่อพัฒนาแนวคิด ระบบ โครงสร้าง และการจัดการศึกษาที่รองรับ และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ 2.การวิจัยเพื่อกำหนดระบบการผลิตและพัฒนาทักษะกำลังคน ผู้เรียน และบุคลากรทางการศึกษาที่มุ่งสู่การยกระดับผลิตภาพโดยรวมของประเทศ 3.การวิจัยเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการการศึกษาที่มุ่งสู่การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาในระดับนานาชาติ และ 4.การวิจัยเพื่อสร้างระบบนิเวศทางการศึกษาที่สนับสนุนให้เกิดการศึกษาที่มีคุณภาพปราศจากความเหลื่อมล้ำและนำไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต เสนอ รมว.ศธ.และคณะรัฐมนตรีเพื่อประกาศใช้ต่อไป

Advertisement

2.แผนปฏิบัติการด้านการยกระดับความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาของประเทศไทยให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ประเทศไทยมีความสามารถทางการแข่งขันทางการศึกษาเทียบเท่ามาตรฐานสากลและผู้เรียนมีทักษะ สมรรถนะเทียบเท่ามาตรฐานสากล ภายใต้ 2 ตัวชี้วัดสำคัญคือ ภายในปี 2570 ผลการจัดอันดับ IMD ด้านการศึกษาอยู่ในอันดับที่ 40 และร้อยละของนักเรียนที่มีสมรรถนะจากการประเมิน PISA ไม่ถึงระดับพื้นฐานของทั้ง 3 วิชา ในแต่ละกลุ่มโรงเรียนลดลงร้อยละ 8 และเสนอ รมว.ศธ.และคณะรัฐมนตรีต่อไป

3.แผนยุทธศาสตร์สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (ฉบับปรับปรุง) ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ “องค์กรคลังปัญญา ขับเคลื่อนการศึกษาประเทศด้วยองค์ความรู้” และเสนอสำนักงบประมาณและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

4.ยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาเชิงระบบ ที่มีวิสัยทัศน์ “ลดจำนวนเด็กหลุดออกนอกระบบให้เป็นศูนย์ภายในปี 2570 ภายใต้ 3 ยุทธศาสตร์คือ 1) ค้นหาและติดตาม 2) มีมาตรการแก้ไข และ 3) พัฒนากลไกสนับสนุน พร้อมจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ฯ ชุดดังกล่าว เสนอต่อ รมว.ศธ.ลงนามคำสั่งแต่งตั้งต่อไป

5.การขับเคลื่อน (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ให้ฝ่ายเลขานุการเสนอฉบับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว เรื่องเสร็จที่ 660/2564 พร้อมข้อเสนอวิเคราะห์และข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรี รวมทั้งรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นทั้งหมดจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับการศึกษาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่เสนอโดยภาคส่วนต่างๆ ซึ่งสามารถนำประเด็นต่างๆ เหล่านี้ไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดำเนินการตามกระบวนการตรากฎหมายได้ทันต่อสมัยประชุมรัฐสภา

6.สรุปผลการติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาตามแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 ในระยะ 5 ปีแรกของแผน (พ.ศ.2560-2564) มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ได้แก่ 1) ควรปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มบทบาทการทำงานในเชิงรุก 2) รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการควรจัดสรรงบประมาณประจำปีให้สถานศึกษาทุกระดับนำไปใช้ในการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนแผนการศึกษาแห่งชาติ 3) พัฒนามาตรฐานกลางข้อมูลและระบบฐานข้อมูลกลางที่สามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ 4) ควรศึกษาและทบทวนประเด็นการใช้คะแนน O-NET เป็นข้อมูลสนับสนุนการคำนวณตัวชี้วัดเป้าหมายของแผนการศึกษาแห่งชาติ เนื่องจากจำนวนผู้สอบ O-NET มีแนวโน้มลดลง เสนอ รมว.ศธ.และคณะรัฐมนตรีเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาไปดำเนินการ และรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดตามแบบฟอร์มหรือแพลตฟอร์มที่ สกศ.กำหนดภายในวันที่ 16 พฤษภาคมของทุกปี

ทั้งนี้บอร์ดสภาการศึกษาจะเร่งติดตามการดำเนินงานในโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติตามนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ “เรียนดี มีความสุข” และของรัฐบาล “เร่งส่งเสริมผลักดันให้เกิดการพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยอย่างเต็มกำลังและความสามารถ” ต่อไป